knowledge

5 เหตุผลที่ถึงจะยุ่งแค่ไหน Social Entrepreneur ก็ควรเขียนบล็อก

5 กันยายน 2015


การเขียนบล็อกดูเหมือนเป็นเรื่องไกลตัวสำหรับผู้ริเริ่มโปรเจกต์เพื่อสังคม หรือผู้ประกอบกิจการเพื่อสังคมทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่า ก็งานที่ต้องรับผิดชอบนั้นล้นมือแทบแย่ ทั้งลงสนามเก็บข้อมูลปัญหาสังคม นั่งทำแผนธุรกิจ แล้วยังต้องวางแผนการเงิน ทำการตลาด และเรื่องจิปาถะอีกมากมายสารพัด งานรัดตัวขนาดนี้หากมองผิวเผินการเขียนบล็อกจึงไม่อยู่ในความคิด เพราะหลายคนคิดว่ามันเป็นการเพิ่มภาระดีๆ นี่เอง แต่แท้จริงแล้ว การเขียนบล็อกนั้นให้ประโยชน์กับกิจการเพื่อสังคม หรือโปรเจกต์เพื่อสังคมโดยตรงในหลายมุมที่เราอาจคาดไม่ถึง

1.คลังสะสมข้อมูลเพื่อสร้างไอเดีย ในการลงภาคสนามเพื่อทำความเข้าใจปัญหาสังคมแต่ละครั้ง เชื่อว่าทุกคนต้องได้รับข้อมูลจำนวนมหาศาล ในรูปแบบบทสัมภาษณ์ สถิติ หรือเคสตัวอย่าง ข้อมูลเหล่านี้อาจปนกันสะเปะสะปะ ยากต่อการนำมาใช้ ดังนั้นหากนำข้อมูลเหล่านี้มาเรียบเรียงและเขียนลงบล็อกเป็นประจำ จะช่วยให้มีที่เก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ ค้นหาง่าย และข้อมูลเหล่านี้เองเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศในการคิดค้นไอเดียเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป

2.เครื่องมือทบทวนความคิด ในระหว่างระบวนการคิดหาคำตอบ แต่ละคนอาจปิ๊งไอเดียสดใหม่ และนำไอเดียนั้นมาใช้โดยปราศจากการกลั่นกรอง การนำไอเดียนั้นมาเรียบเรียงเขียนลงบล็อกก่อนนำไปใช้จริงเป็นอีกทางเลือกในการกลั่นกรองไอเดียให้ตกตะกอน เพราะระหว่างที่เราเขียน ทำให้เราต้องวิเคราะห์ และใช้เวลาทำความเข้าใจกับไอเดียอีกรอบ และยังเป็นการฝึกการสื่อสารความคิดให้เข้าใจง่ายไปในตัวด้วย

3.ช่องทางโปรโมท กิจการเพื่อสังคมไม่ได้ต้องการแค่ลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ แต่กิจการเพื่อสังคมต้องการอาสาสมัคร ผู้ให้คำปรึกษา พันธมิตร รวมถึงทีมงาน ซึ่งบล็อกเปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้เล่าโปรเจกต์หรือกิจการที่ทำ ทำให้คนที่อ่านเห็นภาพสิ่งที่เราทำชัดเจน และเป็นอีกช่องทางในการดึงดูดคนที่สนใจปัญหาสังคมเรื่องเดียวกับเรา หรือคนที่มีศักยภาพและอยากจะร่วมสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เข้าร่วมทีมกับเรา

การเขียนบล็อกอย่างเป็นประจำจึงเป็นช่องทางหนึ่งในการโน้มน้าว รวมถึงทำให้คนอื่นๆ เข้าใจ วิสัยทัศน์ และความมุ่งมั่นของเราอีกด้วย 

4.พัฒนาตัวเอง การเขียนเรื่องสักเรื่องขึ้นมานั้น ผู้เขียนต้องทำการบ้าน ต้องหาข้อมูลให้รู้ลึก รู้จริง รู้รอบด้าน และนำข้อมูลนั้นมากลั่นจนเข้าถึงแก่น ก่อนจะนำมาเรียบเรียงเขียนสื่อสารกับผู้อ่าน การเขียนบล็อกจึงเป็นการช่วยเพิ่มความรู้ให้แก่ผู้เขียน และตัวผู้เขียนเองก็สามารถนำองค์ความรู้เหล่านั้นมาต่อยอดในการทำงานได้อีกด้วย 

จากการทำโปรเจกต์ ทำให้เรากลายเป็น ผู้เชี่ยวชาญ ในเรื่องที่เราทำ ด้วยการ ค้นหาข้อมูล ถ่ายทอด ออกมาเป็นบทความนั่นเอง 

5. การเขียนเป็นประจำเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างนิสัย “ผู้ประกอบการ” ที่ดี  ทักษะในการมองหาคุณค่าในสิ่งต่างๆ แม้เพียงเล็กน้อย การถ่ายทอด ความสม่ำเสมอและความตั้งใจในการลงมือทำ ทำให้ การเขียน เป็นการพัฒนาทักษะอย่างหนึ่งของการจะเป็นผู้ประกอบการ และยังทำให้เกิดความสัมพันธ์กับผู้อื่น อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าคุณจะเรียนจบสาขาอะไร มีสินค้าและบริการแล้วหรือยัง ไม่จำเป็นต้องเป็นนักเขียนมืออาชีพ  คุณก็สามารถเขียนได้ 

เมื่อรับรู้ข้อดีของการเขียนบันทึก ลงใน Blog  ที่เราไม่เคยคิด หลายคนอาจตัดสินใจแน่วแน่อยากลงมือเขียน แต่ติดปัญหาว่าไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน ขอบอกเลยว่าการเริ่มต้นนั้นง่ายมาก เว็บไซต์ School of Changemaker เปิดพื้นที่ให้ผู้ทำโปรเจกต์เพื่อสังคมหรือเจ้าของกิจการเพื่อสังคมเข้ามาสร้างโปรเจกต์เขียนเล่าเรื่องราวจุดเริ่มของกิจการรวมถึงมีพื้นที่ให้เขียนเก็บข้อมูลต่างๆ 

วิธีการสร้าง Project บนเว็บไซต์ 

และหากใครมีเรื่องราวน่าสนใจและเป็นประโยชน์ ประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้จากการทำโปรเจกต์ อยากแชร์ให้คนอื่นๆได้อ่านก็สามารถเขียนบอกเล่าเป็นหมวดหมู่ Knowledge ได้เช่นกัน 

สำหรับคนที่อ่านจบแล้วรู้สึกคันไม้คันมืออยากลงมือเขียน ลองเข้าไปที่  

วิธีการสร้าง Knowledge & Learning

เรื่องราวและประสบการณ์ของคุณ ในการทำงานเพื่อสังคม สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ใครอีกหลายๆ คน

ลองคิดดูว่า ถ้ามีใครสักคน สนใจปัญหาเรื่องเดียวกันกับคุณ  นึกภาพคุณตอนเริ่มต้นว่ามันยากลำบากสักแค่ไหน ในการเริ่มทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเพื่อผู้อื่นคนคนนั้น ไม่ต้องเริ่มใหม่ จาก 0 เพียงเพราะมีสิ่งที่คุณได้ถ่ายทอด และบันทึกเก็บเอาไว้ ระหว่างเส้นทางที่ทำโครงการต่างๆ 

id old content:
166
0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below