เป็นวัยรุ่นก็เครียดได้ ใครว่ามีแต่เรื่องสนุก ?

11 กันยายน 2558


ปัจจุบันความเครียดไม่ได้ส่งผลกระทบแค่ในผู้ใหญ่เท่านั้น แต่เด็กวัยรุ่นเองก็แบกรับความเครียดเช่นเดียวกัน และตัวความเครียดนั้นเป็นจุดเริ่มต้นที่อาจนำไปสู่การตัดสินใจแบบผิดๆ ด้วยความคิดชั่ววูบ ซึ่งต้นตอของความเครียดในเด็กวัยรุ่นนั้นมาจาก 2 สาเหตุหลักๆ คือ 

  • ความเครียดจากตัวเด็กเอง เพราะความเครียดสามารถส่งต่อทางพันธุกรรมได้ หากเด็กคนไหนที่มีพ่อหรือแม่เป็นโรคเครียด จึงมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคเครียดสูงกว่าคนทั่วไป หรือเด็กที่มีร่างกายผิดปกติก็อาจจะเป็นโรคเครียดได้ง่ายเช่นเดียวกัน
  • ความเครียดจากประสบการณ์ การเลี้ยงดูของครอบครัวนั้นส่งผลโดยตรงต่อความเครียดของเด็ก โดยเด็กจะค่อยๆ สะสมความเครียดโดยไม่รู้ตัว  ซึ่งเมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะระเบิดอารมณ์ออกมา นอกจากนั้นความเครียดจากประสบการณ์ก็อาจเกิดจากสถานการณ์ที่เด็กเผชิญได้เช่นเดียวกัน

ระบบการศึกษาก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุหลัก ที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันที่มีการแข่งขันสูงมีการยกย่องเด็กเก่งเพียงแค่ไม่กี่คนทำให้เด็กเกิดภาวะกดดันในการเรียนบวกกับความสัมพันธ์ระหว่างครูกับเด็กที่เปลี่ยนไป ด้วยสภาพห้องเรียนที่ต้องรองรับเด็กจำนวนมากขึ้น  ทำให้การดูแลอย่างใกล้ชิดน้อยลงไปด้วย

“สถิติเด็กที่ไปโรงเรียนแล้วถูกรังแกถูกแกล้งตั้งแต่เด็กอนุบาล อาจเกิดจากสาเหตุเด็กเยอะครูน้อย ความใส่ใจในรายละเอียดไม่ใช่แบบเมื่อก่อนที่ครูเป็นเหมือนแม่อีกต่อไป มันก็กลายเป็นว่าเด็กก็ถูกปล่อยให้ถูกเผชิญกับสถานการณ์ลำพัง เช่นเด็กที่ถูกรังแกก็จะโดนอย่างนั้นไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นเขาจะค่อยๆ สะสมความเครียดมาทีละหน่อยและระเบิดช่วงวัยรุ่น”

เมื่อเด็กแต่ละคนมีความเครียดเด็กจะแสดงอาการออกมาไม่เหมือนกันโดยหมอจูนได้แบ่งเด็กออกเป็น2 กลุ่ม

  • เด็กที่เก็บอารมณ์ : เด็กกลุ่มนี้ไม่มีอาการแสดงออกแม้แต่น้อยว่ากำลังเครียดอย่างรุนแรง เพราะเด็กกลุ่มนี้จะเก็บอารมณ์ เก็บอาการ แต่อยู่ดีๆ ก็อาจคิดสั้นฆ่าตัวตาย
  • เด็กที่แสดงออกอย่างชัดเจน : พวกเขาจะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป อาจแสดงออกโดยก้าวร้าวมากขึ้น เงียบผิดปกติ เก็บตัว หรือไม่อยากไปโรงเรียน ซึ่งการจะจับสังเกตว่าเด็กมีความเครียดหรือไม่นั้น ต้องให้คนใกล้ชิดเป็นผู้สังเกตพฤติกรรม

และจากปัญหาความเครียดในวัยรุ่นนั้น อาจขยายความรุนแรงไปสู่พฤติกรรมวัยรุ่นที่เราเห็นกันในปัจจุบัน ซึ่งอธิบายด้วยทฤษฎีภูเขาน้ำแข็งได้ว่า

  1. ส่วนภูเขาน้ำแข็งเหนือน้ำ คือ ปัญหาทั้งหลายที่วัยรุ่นแสดงออกและกระทำซึ่งเป็นส่วนที่เราพบเราเห็นเราสัมผัสได้เช่น การเสพยา ท้องในวัยเรียน ทะเลาะวิวาท และฆ่าตัวตาย
  2. ส่วนระดับผิวน้ำ คือ สาเหตุของปัญหาที่เราอาจรู้สึกได้ อย่างเช่นความเครียด เพราะความเครียดจะส่งผลให้เด็กตัดสินใจอย่างไม่ถี่ถ้วนและขาดสติ
  3. ส่วนใต้ภูเขาน้ำแข็ง คือ ต้นตอที่แท้จริงที่ก่อให้เกิดความเครียด เช่น การขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง การไม่เคารพตัวเอง การไม่รักตัวเอง สิ่งเหล่านี้คือแก่นของปัญหา ซึ่งหากจะแก้ไขปัญหาจริงๆ ต้องเริ่มจากส่วนนี้

เราสามารถป้องกันไม่ให้เด็กวัยรุ่นเป็นโรคเครียด ซึ่งอาจลุกลามไปสู่โรคซึมเศร้า และบานปลายไปถึงขั้นฆ่าตัวตายได้ด้วยการเน้นเรื่องความสัมพันธ์ เน้นการใกล้ชิดกับพวกเขา เพราะตามหลักพัฒนาการเด็กวัยรุ่นอยู่ในช่วงวัยที่ต้องการการยอมรับ พวกเขาจึงให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ในทุกรูปแบบ ทั้งความสัมพันธ์ในครอบครัว ความสัมพันธ์กับกลุ่มเพื่อน หรือความสัมพันธ์แบบหนุ่มสาว ดังนั้นหากความสัมพันธ์รอบตัวของเด็กดำเนินไปในเชิงบวก ความเสี่ยงที่จะเป็นโรคเครียดก็มีน้อยลงไปด้วย

เรียบเรียงเนื้อหาจากการสัมภาษณ์

พญ.โชษิตา ภาวสุทธิไพศิฐ (หมอจูน) 

ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการสถาบันสุขภาพจิตเด็กและวัยรุ่นราชนครินทร์

Hashtags: