knowledge

ไอเดียแก้ปัญหาสุขภาพจาก changemaker ทั่วโลก

15 กันยายน 2015


เนื้อหาจาก Making More Health Boot Camp 2015

จัดโดย มูลนิธิอโชก้าประเทศไทย ร่วมกับ Boehringer Ingelheim

———————————————————————————————

เพราะปัญหาสังคมทั้งเล็กทั้งใหญ่ในโลกใบนี้ ไม่สามารถแก้ได้โดยฮีโร่เพียงคนเดียว โลกจึงต้องการพลังของคนตัวเล็กอย่างเราๆ มาร่วมด้วยช่วยกันแก้ปัญหาที่ตัวเองสนใจ

และพวกเขาเหล่านี้ คือ ตัวอย่างของคนที่มองเห็นปัญหาด้านสุขภาพ และลุกขึ้นมาสร้างการเปลี่ยนแปลง จากที่ต่างๆ ทั่วโลก

1. ColaLife : โปรเจกต์ของ Simon Berry ชาวอังกฤษที่เดินทางไปแอฟริกา และพบว่าเด็กแอฟริกาตายเพราะโรคท้องร่วงปีละ 2 ล้านคน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวทำให้เขาช็อค และเริ่มค้นหาสาเหตุจนกระทั่งพบว่า ในพื้นที่ห่างไกลไม่สามารถหาซื้อเกลือแร่มาให้เด็กทาน เพื่อรักษาอาการขาดน้ำได้ แต่ในทางตรงกันข้ามสิ่งที่เขาสังเกตเห็นคือ กลับมีโค้กขายอยู่ทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ห่างไกลแค่ไหน เขาจึงเกิดไอเดียที่จะนำเกลือแร่ใส่เพิ่มเข้าไปในลังโค้ก ด้วยวิธีที่แสนง่าย คือ การออกแบบ packaging ให้กับผงเกลือแร่ เพื่อให้นำไปเสียบเข้ากับลังโค้กได้พอดี โดยการขนส่งก็สามารถทำได้เหมือนเดิม เมื่อออกแบบเรียบร้อย ก็นำไปคุยกับบริษัทตัวแทนจัดจำหน่ายโค้กที่แอฟริกา แล้วไอเดียดีๆ แบบนี้ ใครจะปฏิเสธลง?

https://www.changemakers.com/morehealth/entries/colalife

2. Discovering hands : Frank Hoffmann (Ashoka Fellow 2010) เป็นคุณหมอชาวเยอรมันที่ดึงเอาความสามารถพิเศษของคนตาบอดมาใช้ให้เกิดประโยชน์ พร้อมสร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับพวกเขา ด้วยการเทรนคนตาบอดให้ตรวจคลำหาก้อนเนื้อมะเร็งเต้านมด้วยมือ ซึ่งการพิการทางสายตานั้นทำให้พวกเขามีประสาทสัมผัสที่ดีกว่าคนทั่วไป จึงสามารถสัมผัสเจอก้อนเนื้อได้แม้จะยังมีขนาดเล็กมาก ทำให้คนไข้รู้ตัวเร็ว และรีบทำการรักษาได้อย่างทันท่วงที โดยการตรวจด้วยวิธีนี้มีความแม่นยำ และไม่เจ็บปวดเท่ากับการตรวจด้วยเครื่อง MRI ซึ่งนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อตัวคนไข้เองแล้ว ยังเป็นการสร้างเกียรติให้กับคนตาบอด ในฐานะเจ้าหน้าที่ในทางการแพทย์อีกด้วย

3. Happy Baby : Cansu Akarsu ดีไซน์เนอร์สาวชาวตุรกีที่อยากแก้ปัญหาเรื่องคุณแม่ยากจนที่อยู่ในพื้นที่ชนบทเธออยากรู้ว่าตัวเธอเองจะใช้ความสามารถด้านการออกแบบมาช่วยอะไรได้บ้างจึงลงพื้นที่คุยกับคุณแม่กว่า 100 คน จนกระทั่งเห็นปัญหาว่าผู้หญิงและชาวบ้านส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ต้องออกไปไร่นาทุกวัน เมื่อมีลูกเล็กๆ จึงต้องอุ้มออกไปทำงานด้วย ซึ่งทำได้ค่อนข้างลำบาก เพราะต้องแบกอุปกรณ์อีกหลายอย่างไปด้วย เธอจึงเกิดไอเดียในการออกแบบ baby carrier ให้สำหรับคุณแม่ไว้อุ้มลูกไปทำงาน หรือขณะทำงาน โดยให้สอนให้คุณแม่เหล่านี้ตัดเย็บด้วยตนเอง เพื่อนำมาใช้ และสามารถนำไปขายเพื่อสร้างรายได้ในฤดูที่ไม่ได้ทำการเกษตรอีกด้วย

4. As I am : Adam Harris ชาวไอร์แลนด์เป็นโรคออทิสติกแบบ high function ที่ฉลาด ดูแลตัวเองได้ แต่ประสบปัญหาด้านการสื่อสารกับคนอื่น และเขาพบว่าพ่อแม่เลี้ยงเขามาด้วยความยากลำบากและโดดเดี่ยวอดัมจึงเกิดไอเดียว่า เด็กที่เป็นโรคออทิสติก และพ่อแม่ของเด็กๆ เหล่านั้น ย่อมต้องมีปัญหาเช่นเดียวกับที่เขาเป็น เพื่อแก้ปัญหานั้น เขาจึงเปิดเว็บไซต์ที่เป็นเหมือนเครือข่ายสำหรับพ่อแม่และเด็กที่เป็นออทิสติกให้มีพื้นที่สอบถามแบ่งปันความรู้สึกและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อจะได้ไม่รู้สึกว่าพวกเขาต้องสู้อยู่ลำพัง นอกจากนั้นอดัมยังเดินสายพูดตามโรงเรียนต่างๆ และจัดทำคู่มือขึ้นมา เพื่อสร้างความเข้าใจกับคุณครู และเพื่อนๆ ของเด็ก เพื่อให้การเรียนการสอนเด็กออทิสติกที่โรงเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

5. Streetdoctors ก่อตั้งขึ้นในปี 2008 โดย Dr.Simon Jackson และ Dr.Nick Rhead สองนักศึกษาแพทย์ชาวอังกฤษซึ่งขณะนั้นพวกเขาเป็นแพทย์ฝึกหัดที่ต้องลงพื้นที่ไปสอน CTR และการปฐมพยาบาลให้กับเด็กนักเรียน แต่เมื่อได้คุยกับเด็กๆ ก็ต้องตกใจกับข้อมูลที่ไม่คาดคิดว่า เด็กนักเรียนอายุ 11-16 ปี มีเพื่อนที่เคยโดนยิงหรือโดนแทง และหลายคนก็เคยตกเป็นเหยื่อจนได้รับบาดเจ็บสาหัส พวกเขาจึงเริ่มต้นค้นหาสาเหตุว่าทำไมเด็กอังกฤษถึงใช้ความรุนแรงอย่างนี้จนพบว่าเด็กจะพกอุปกรณ์ป้องกันตัว เช่น มีด หรือไม้บรรทัดฟุตเหล็ก ไว้กับตัว เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ปลอดภัย แต่อาวุธเหล่านี้นี่เองที่กลับถูกใช้เป็นเครื่องมือในการทำให้พวกเขาต้องบาดเจ็บสาหัสแพทย์ฝึกหัดทั้งสองจึงตั้งหน่วย streetdoctors ขึ้นเพื่อพูดคุยปรับทัศนคติเด็กให้เลิกพกพาอาวุธหากเกิดการปะทะขึ้น ความรุนแรงก็จะลดลงเมื่อไม่มีอาวุธ นอกจากนั้นยังให้ความรู้เรื่องการลดความเสี่ยงที่จะก่อเหตุทะเลาะวิวาทอีกด้วย ทุกวันนี้ streetdoctors ขยายการดำเนินงาน โดยมีอาสาสมัครลงพื้นที่ทั่วประเทศอังกฤษ

6. MedicMoblie : Josh Nestbit (Ashoka Fellow 2011) เมื่อตอนเรียนอยู่คณะวิทยาศาสตร์ปี4 ได้ไปออกค่ายที่ประเทศแองโกล่าในทวีปแอฟริกา และพบว่าสถานีอนามัยที่มีนั้นอยู่ห่างไกลเกินไป ทำให้ผู้ป่วยหลายรายต้องเสียชีวิตเพราะไปหาหมอไม่ทันเขาอยากคิดหาวิธีแก้ปัญหา จึงเริ่มมองหาจากสิ่งที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ แล้วก็พบว่าในพื้นที่มีอาสาสมัครด้านสาธารณสุขที่สามารถให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้นได้ และยังพบว่าชาวบ้านทุกคนมีมือถือ เขาจึงสร้างระบบ SMS ขึ้นมา เพื่อเป็นเครือข่ายระหว่างชาวบ้าน อาสาสมัครสาธารณสุข และโรงพบาบาล ให้มีการสื่อสารกัน เพื่อให้คำแนะนำหรือเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยในเบื้องต้นได้ท่วงที นอกจากนี้ยังมีการขยายผลทำระบบ SMS ที่เชื่อมกับข้อมูลสุขภาพจากสถานีอนามัยหรือโรงพยาบาลในการเตือนวันนัดพบหมอกับคนไข้ประจำ หญิงตั้งครรภ์ และเด็กที่ถึงเวลาต้องฉีดวัคซีน ซึ่งในปัจจุบัน MedicMobile ยังคงใช้เทคโนโลยีนี้เป็นพื้นฐานในการขยายงานไปช่วยเหลือผู้คนในด้านอื่นๆ อีกด้วย

id old content:
169
0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below