knowledge

4 ข้อที่กรรมการอยากฟังใน pitching ไอเดียเพื่อสังคม

16 กันยายน 2015


เนื้อหาจาก Making More Health Boot Camp 2015

จัดโดย มูลนิธิอโชก้าประเทศไทย ร่วมกับ Boehringer Ingelheim

———————————————————————————————

ในช่วงเวลาอันจำกัด
การ pitch
เพื่อขายไอเดีย และโน้มน้าวให้นักลงทุนหรือกรรมการเข้าใจในสิ่งที่เราทำจนถึงขั้นที่อยากจะให้การสนับสนุน
ถือเป็นเรื่องที่ท้าทายมาก โดยเฉพาะไอเดียโปรเจกต์หรือกิจการเพื่อสังคมที่ต้องมีประเด็นทางสังคมเพิ่มเติมขึ้นมาจากไอเดียธุรกิจทั่วไป
.. วิน – สุทธิชัย บุญประสพ ผู้ก่อตั้ง winphysics.com เว็บไซต์สอนฟิสิกส์ฟรีให้กับเด็ก
ม.ปลาย และมีประสบการณ์จากการ pitching ไอเดียนี้มาหลายเวทีจนได้รับเงินลงทุนหลักแสนจะมาเผยเทคนิคให้ฟังกัน….

  1. ระบุปัญหาให้ชัด
    (Problem)
    : ควรเริ่มด้วยการเล่าถึงปัญหาที่เราอยากจะเข้าไปแก้
    สถานการณ์ความรุนแรง ผลกระทบที่เกิดขึ้น หรือจำนวนผู้ได้รับผลกระทบของปัญหา
    เพื่อให้กรรมการได้เข้าใจปัญหาในภาพรวมก่อน โดยการระบุปัญหานั้น ควรใส่ข้อมูลเชิงลึกจากการที่เราได้ลงพื้นที่แล้วพบเจอ
    หรือข้อมูลสถิติตัวเลขจากแหล่งที่มาที่น่าเชื่อถือ เช่น สำนักงานสถิติแห่งชาติ
  2. แนะนำตัวเราและทีมงาน (Team) : เมื่อเราระบุปัญหาได้ชัดเจนจนกรรมการเชื่อว่าปัญหานี้มีอยู่จริงและควรได้รับการแก้ไขแล้ว
    คำถามต่อมาคือ เราเป็นใคร และทำไมเราถึงเหมาะที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหานี้? ซึ่งในส่วนนี้เราควรแนะนำตัวเองและทีมงานว่ามีทักษะและประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับปัญหานี้อย่างไรบ้าง
    รวมไปถึงแรงบันดาลใจในการลุกขึ้นมาแก้ปัญหานี้ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าเราจะมุ่งมั่นทำสิ่งนี้ให้สำเร็จได้จริง
    หากนำเงินมาลงทุนกับเรานั้นจะไม่เสียเปล่า สำหรับ winphysics วินนำเสนอว่าเขามีประสบการณ์การสอนฟิสิกส์มา 6 ปี และได้คลุกคลีอยู่กับวิชาฟิสิกส์ของหลายประเทศทั่วโลกจนพบวิธีการสอนฟิสิกส์ที่น่าสนใจมากมาย
    โดยเขาลุกขึ้นมาขับเคลื่อนโปรเจกต์นี้ ด้วยแรงบันดาลใจที่สำคัญ คือ อยากให้เด็กๆ ได้เข้าถึงเนื้อหาการเรียนการสอนที่ดีได้แบบไม่ต้องเสียเงินจำนวนมากไปนั่งเรียนพิเศษ
    และอยากให้เด็กนักเรียนรักฟิสิกส์เหมือนกับที่เขารัก
  3. นำเสนอวิธีการแก้ปัญหา
    (solution)
    ส่วนนี้เป็นส่วนที่สำคัญมาก เพราะช่วงที่เราต้องนำเสนอไอเดียของเราที่มีความแปลกใหม่ และน่าสนใจ ไม่ควรเป็นไอเดียที่ซับซ้อนเข้าใจยาก หรือไอเดียง่ายที่ใครๆ
    ก็ทำได้ แต่ควรมีความท้าทาย และมีลักษณะเฉพาะตัว โดยอยู่บนพื้นฐานของทักษะความเชี่ยวชาญของทีมงาน
    และอย่าลืมว่า ไอเดียนั้นต้องสอดคล้องกับระดับของปัญหาที่เราเล่าไปแล้วข้างต้น เช่น
    เมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้ เราจึงสนใจแก้ปัญหาที่จุดใด แล้วไอเดียของเรามีความเป็นไปได้ที่จะทำสำเร็จเพราะอะไร
    และอีกสิ่งที่สำคัญ คือ ควรเล่าถึงวิธีการหารายได้ของเราว่าจะมีรายรับจากทางใดบ้าง
    เพราะแม้วิธีการแก้ปัญหาจะดี แต่ไม่มีช่องทางหาเงิน กิจการของเราก็อาจจะไม่ยั่งยืน
    ไม่สามารถสร้างและขยายผลกระทบทางสังคม (social impact) ในระยะยาวได้
  4. ระบุเป้าหมาย
    และเกณฑ์วัดผล
    (goal and Indicator) ส่วนนี้เป็นส่วนที่กรรมการและคนให้เงินอยากฟังมากที่สุด
    เพราะแม้เราจะทำการนำเสนอทั้ง 3 ข้อข้างต้นได้ดีแค่ไหน แต่ถ้าไม่ระบุเป้าหมาย
    และเกณฑ์การวัดผลให้ชัดเจน สิ่งที่เราพูดมาก็จะเป็นแค่การขายฝันเท่านั้น ในส่วนนี้จึงควรกำหนดตัวแปรขึ้นมาเพื่อชี้วัดผลสำเร็จของเรา
    ว่าเป้าหมายอยู่ตรงไหน วัดผลด้วยวิธีใด จะทำสำเร็จภายในระยะเวลาเท่าใด เพื่อให้คณะกรรมการได้พิจารณาถึงความเป็นไปได้
    ปริมาณ impact ที่เราจะสร้างได้ และความคุ้มค่ากับเงินลงทุน

———————————————————————————————–

เคล็ดลับสำคัญ

  • ความยากของการ pitch
    คือ เวลาที่มีจำกัด ดังนั้นสไลด์ที่เตรียม ไม่ควรมีตัวอักษรเยอะมาก
    นอกจากจะดูไม่สะอาดตาแล้ว เรายังอาจเผลออ่านข้อความบนสไลด์
    ทำให้ความน่าสนใจลดลงด้วย – วิธีแก้ คือ ลองเลือกใส่เฉพาะ key word และเลือกใช้คำเป็นภาษาอังกฤษ จะช่วยเพิ่มความเป็นมืออาชีพ และเราจะไม่เผลออ่านด้วย
  • หากสไลด์ใดที่จำเป็นต้องใส่รูป
    หรือใส่โลโก้ประกอบ เราก็ควรเลือกใส่รูปหรือโลโก้ขององค์กรที่เป็นเจ้าของเงินทุนนั้นๆ
    แทรกเข้าไป เพื่อแสดงให้เห็นว่าเราให้ความสำคัญกับองค์กร และเป็นคนใส่ใจในรายละเอียด

————————————————————————————————-

สุดท้ายแล้วการ
pitch
ของเราอาจไม่สำเร็จในครั้งแรก เราอาจพูดไม่คล่อง นำเสนอไม่ได้อย่างใจคิด หรือตอบคำถามได้ไม่ดี ก็ไม่ต้องเสียใจ ขอแค่เราอย่าหยุดทำ แล้วประสบการณ์จะสอนเราเอง….. 

id old content:
170
0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below