knowledge

บทเรียนจาก “กิจการเพื่อสังคม” – ถ้าไม่แน่จริง อยู่ไม่ได้!

25 กันยายน 2015


บนทางเดินของการเป็นผู้ประกอบการเพื่อสังคมที่ประสบความสำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
ด้วยความใหม่ของคำว่า “กิจการเพื่อสังคม” ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักของคนไทยมากนัก ทำให้ระหว่างทางต้องเผชิญอุปสรรคท้าทายรอบด้าน
และมีหลายคนต้องล้มเลิกไอเดียดีๆ ไป

Zack Rosenberg เป็นตัวอย่างของผู้ประกอบการที่เลือกเดินเส้นทางนี้
กว่า 2 ปีที่เขาก่อตั้ง Dogoodbuy.us เว็บไซต์ที่รวบรวมสินค้าคุณภาพดีจากกิจการเพื่อสังคมทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา
และได้ประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวดีๆ ผสมเหตุการณ์อันเลวร้าย เขาจึงกลั่นออกมาเป็นบทเรียนจากรุ่นพี่สำหรับน้องใหม่ที่สนใจจะเข้าสู่วงการนี้ได้ฟังกัน

  • 95% ของการทำธุรกิจ ก็ต้องทำเหมือนๆ กันนั่นแหละ : แม้ในการดำเนินธุรกิจ
    คำว่า “แตกต่าง” มักเป็นจุดขายได้มากกว่าคำว่า
    “เหมือน” แต่เบื้องหลังไอเดียหรือจุดยืนที่แตกต่าง
    ผู้ประกอบการทุกคนที่ไม่ว่าจะทำเพื่อตัวเอง หรือเพื่อสังคม ก็มีหน้าที่ต้องบริหารงานเพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดเหมือนๆ กัน ทั้งการทำระบบบัญชีบริหารเงิน การวางโครงสร้างองค์กร การสร้างฐานข้อมูลลูกค้า หรือการวางกลยุทธ์ของกิจการ
    แต่สำหรับกิจการเพื่อสังคมอย่างเรา สิ่งที่ท้าทายที่สุด คือ การจัดการด้านการเงิน
    ซึ่งถ้าเกิดมีปัญหาขึ้นมาก็อย่าลืมเตรียมแผนรับมือ
    หรือขอความช่วยเหลือจากเครือข่ายเพื่อนๆ ของเรา
  • ความเป็นผู้ประกอบการจะเกิดขึ้นเองเมื่อคุณสู้จนถึงที่สุด
    :
    ทักษะการเป็นผู้ประกอบการจะเริ่มหล่อหลอมในตัวเราเองโดยอัตโนมัติ
    โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาคับขัน อย่างในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยเงื่อนไข เงินทุนไม่เพียงพอ
    ยอดขายตก หรือกิจการเริ่มส่อแววขาดทุน เหตุการณ์เหล่านี้จะบีบให้เราต้องใช้ความคิดมากกว่าปกติ
    จนก่อเกิดเป็นนวัตกรรม และวิธีการใหม่ๆ ที่จะนำมาใช้แก้ไขสถานการณ์ได้ในที่สุด
    นอกจากนี้การลงแข่งขันในเวทีต่างๆ และการเข้าร่วมระบบบ่มเพาะธุรกิจ จะช่วยให้เราได้ทบทวนโมเดลธุรกิจ
    และเรียนรู้เครื่องมือทางธุรกิจจากผู้เชี่ยวชาญอีกด้วย
  • ให้ลูกค้าได้มีส่วนร่วมกับสิ่งดีๆ ที่เราสร้างขึ้น : เครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดของพวกเราที่ทำกิจการเพื่อสังคม
    คือ การเล่าเรื่อง (story-telling) การทำให้ลูกค้ารู้ว่า “เป็นเพราะคุณ…สิ่งดีๆ เหล่านี้จึงเกิดขึ้น” มีส่วนสำคัญที่ทำให้ลูกค้ามีความรู้สึกในเชิงบวกกับสินค้าและบริการของเรา ยกตัวอย่างกิจการรองเท้าชื่อดังอย่าง “TOMS shoes” ที่หยิบยกวิธีการนี้มาใช้ว่า “เพราะพวกคุณ ทำให้เด็กๆ ที่ต้องการรองเท้าได้มีรองเท้าใส่” หรือ “FEED project” ที่เขียนบอกใต้ราคาสินค้าเลยว่า
    “เงินจำนวนนี้ของคุณ จะทำให้คน 35 คนมีข้าวกินในวันนี้”…เพียงประโยคสั้นๆ แค่นี้ก็ซื้อใจลูกค้าได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
  • ไม่มีการพูดคุยครั้งไหนที่เสียเปล่าอย่างแน่นอน
    : ทุกครั้งที่มีโอกาสพบเจอผู้คนใหม่ๆ อย่าพลาดที่จะใช้เวลาสัก
    5 นาที แนะนำตัวพร้อมบอกเล่ากิจการเพื่อสังคมที่ทำอยู่ เพราะถึงแม้จะไมใช่ทุกคนที่จะสนใจงานของเรา
    แต่ยิ่งเราได้พูดคุยกับคนจำนวนมากเท่าไหร่
    ก็ยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะทำให้พวกเขาได้รู้จักสินค้าของเรา
    และแน่นอนว่าต้องมีสักคนที่สนใจเรา
  • ความอดทนเท่านั้นคือคำตอบ
    : ตั้งเป้าหมายที่เราคาดหวังสำหรับปีแรกเอาไว้
    แล้วลดมันลงเหลือครึ่งเดียวพอ เราต้องอดทน ไม่ต้องรีบกระโดดไปสู่ความสำเร็จ
    เพราะถ้าไม่เป็นอย่างหวัง เราอาจล้มเลิกมันได้ง่ายๆ ดังนั้นสิ่งที่ควรยึดเหนี่ยวไว้มากที่สุด คือคิดถึงภารกิจที่เรากำลังทำเอาไว้ว่ามันมีค่าแค่ไหน
    แม้คนรอบข้างจะไม่เข้าใจและไม่ให้ความสำคัญกับงานของเรา ขอเพียงเราอดทน
    และเชื่อมั่นในสิ่งที่คิด และอย่าล้มเลิกกลางทางก็พอ

ทุกก้าวของการเป็นผู้ประกอบการอาจไม่ง่าย
แต่ทุกก้าวที่เดินไปข้างหน้าจะเต็มไปด้วยความหมาย เราจะได้มีความสุขที่สุด
และความทุกข์ที่สุดจากสิ่งนี้….ถ้าคุณมีไอเดียแล้ว
ก็ถึงเวลาที่จะได้เริ่มล้มลุกคลุกคลานไปกับมันแล้วล่ะ 🙂

ที่มาบทความ : A Social entrepreneur’s guide : Start making mistakes that you will never regret โดย Zack Rosenberg

id old content:
175
0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below