knowledge

ผูกปิ่นโตข้าว : เมื่อ “แม่สื่อ” พาเจ้าบ่าวชาวนา ไปหาเจ้าสาวชาวกรุง

25 กันยายน 2015


เนื้อหาจาก Making More Health Boot Camp 2015

จัดโดย มูลนิธิอโชก้าประเทศไทย ร่วมกับ Boehringer Ingelheim

———————————————————————————————

“เพราะข้าวไม่ใช่แค่การกิน แต่คือวัฒนธรรม”

เมื่อมองข้าวไปไกลกว่าการเป็นแค่อาหาร แต่มองว่าข้าวคือ สิ่งที่สร้างชาติไทย เพราะในประเทศเราแบ่งคนได้เพียง 2 กลุ่มเท่านั้น คือ คนปลูกข้าว กับ คนกินข้าว คุณบี๋-ปรารถนา จริยวิลาศกุล และเพื่อนๆ จึงก่อตั้งกลุ่ม “ผูกปิ่นโตข้าว” เพื่อลุกขึ้นมาเป็นตัวกลาง ระหว่างชาวนาอินทรีย์ และผู้บริโภค โดยทั้งหมดนี้เป็นงานอาสา ไม่ได้เงิน และไม่ใช้เงินสักบาทเดียว!

พวกเธอเรียกตัวเองว่า “แม่สื่อ” ที่พา “เจ้าสาว” (คนเมือง) ให้มารู้จักกับ “เจ้าบ่าว” (ชาวนา) ด้วยความเชื่อที่ว่าข้าวจะสามารถผูกหัวใจของชาวนาและชาวเมืองให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้ โดยมีหลักการคัดเลือกเจ้าบ่าวและเจ้าสาว คือ

  • ถ้าอยากเป็นเจ้าบ่าวในโครงการ : ต้องเป็นชาวนาที่เลิกใช้สารเคมีในการปลูกข้าว โดยทีมงานจะคัดเลือกจากใบสมัครที่ชาวนาเขียนเข้ามา มีการโทรสัมภาษณ์ แล้วจึงไปสำรวจที่นาจริงๆ หากมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ก็จะได้เป็นเจ้าบ่าว
  • ถ้าอยากเป็นเจ้าสาว : เพื่อตอบโจทย์คนเมืองที่ไม่ค่อยมีเวลา การสมัครจึงง่ายแสนง่าย เพียงกรอกข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ โอนเงิน แล้วก็รอรับข้าวมาส่งที่บ้านได้เลย

ผูกปิ่นโตข้าว

จากปัญหาตั้งต้นที่ทีมงานมองเห็นว่า ชาวนาตั้งตัวไม่ได้ เพราะใช้สารเคมีจนเป็นหนี้ และคนไทยป่วยจากการรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ การลุกขึ้นมาเป็นแม่สื่อครั้งนี้ จึงเปลี่ยนชีวิตเจ้าบ่าวกับเจ้าสาวไปอย่างสิ้นเชิง เพราะสำหรับเจ้าบ่าวชาวนาในโครงการนั้น พวกเขาจะได้รับเงินล่วงหน้า เพื่อใช้จ่ายและลงทุนในการปลูกข้าวอินทรีย์ ซึ่งแม้ว่าการทำนาอินทรีย์จะมีรายละเอียดมาก และต้องเอาใส่ใจมากกว่าการทำนาเคมี เพราะต้องลงไปดูแลนาด้วยตัวเองทุกวัน แต่เมื่อพวกเขาได้รู้ว่ามีคนรอกินข้าวของเขาอยู่ ทำให้เจ้าบ่าวชาวนาไม่กล้าใส่สารเคมีลงไป เพราะไม่กล้าทำร้ายผู้มีพระคุณที่ซื้อข้าวของเขานั่นเอง

ผูกปิ่นโตข้าว  ผูกปิ่นโตข้าว  ผูกปิ่นโตข้าว  ผูกปิ่นโตข้าว

ส่วนเจ้าสาวคนกรุงนั้น ผลประโยชน์ที่จะได้รับเต็มๆ คือ การได้เข้าถึงข้าวอินทรีย์ในราคาไม่แพง และยังได้ข้าวที่ได้รับการสีข้าวสดๆ แบบเดือนต่อเดือน ทำให้มีสารอาหารอยู่ครบถ้วน (ข้าวในท้องตลาดส่วนใหญ่จะถูกสีทิ้งไว้เป็นเวลานาน ทำให้คุณค่าทางอาหารลดลง)

หลายครั้งที่มีปัญหาว่า ชาวนาจำนวนมากที่ได้ใบรับรองอินทรีย์ แต่สุดท้ายก็กลับไปใส่เคมี เพราะอยากได้เงินเพิ่มขึ้น และกลัวขายข้าวไม่ได้ แต่ “ผูกปิ่นโตข้าว” ช่วยให้พวกเขาได้กลุ่มลูกค้าที่แน่นอน สร้างเครือข่ายให้เจ้าบ่าวเจ้าสาวได้รู้จักกัน และเครือข่ายระหว่างเจ้าบ่าวด้วยกันเอง รวมไปถึงเครือข่ายอาสาที่อยากช่วยเหลือโครงการนี้อีกด้วย

ผูกปิ่นโตข้าว  ผูกปิ่นโตข้าว

การดำเนินงานในปัจจุบัน

  • เครือข่ายของเจ้าบ่าว-เจ้าสาว : มีกรุ๊ป Line ที่ถูกเรียกอย่างน่ารักว่า “ห้องหอ” ที่ทำให้คนปลูกข้าวและคนกินข้าว ได้รู้จักหน้าตา ได้พูดคุยกันจริงๆ ซึ่งทำลายความเป็นพ่อค้า-ลูกค้า กลายเป็นความสัมพันธ์แบบญาติ มีความเป็นห่วงเป็นใยและช่วยเหลือกันจริงๆ มีการพบปะเพื่อรับประทานอาหารร่วมกัน นัดกันไปเยี่ยมที่นา ให้ลูกหลานได้วิ่งเล่นด้วยกัน เกิดการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างคนเมืองและคนต่างจังหวัด และนำไปสู่ความรักความเข้าใจที่ยั่งยืน
  • เครือข่ายชาวนาอินทรีย์ :  มีการแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อพัฒนาการทำนาอินทรีย์ซึ่งกันและกันระหว่างเจ้าบ่าว จนทุกวันนี้เมื่อมีกลุ่มคนที่กินข้าวอินทรีย์แน่นอน ทำให้เจ้าบ่าวในโครงการกล้าปลูกข้าวอินทรีย์พันธุ์ต่างๆ มากขึ้น และสามารถนำพันธุ์ข้าวไทยที่หายไปหลายสิบปีกลับมาปลูกได้อีกหลายพันธุ์ เช่น ข้าวหอมนครชัยศรี เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการตั้งคณะกรรมการเจ้าบ่าว เพื่อร่างมาตรฐานอินทรีย์ PGS “ผูกปิ่นโตข้าว” ที่จะใช้ในการตรวจรับเจ้าบ่าวใหม่ๆ เข้าโครงการ และรับรองข้าวอินทรีย์ในโครงการ เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับเจ้าสาวอีกด้วย
  • อาสาสมัครผูกปิ่นโตข้าว : มีทั้ง “แม่สื่ออาสา” ที่ช่วยโทรศัพท์จับคู่เจ้าบ่าวให้กับเจ้าสาว มี “เถ้าแก่อาสา” โทรศัพท์สัมภาษณ์ว่าที่เจ้าบ่าว และช่วยขับรถไปสำรวจและเยี่ยมที่นาในโครงการทั่วไทย มี “แม่สื่ออาสาองค์กร” ที่รับหน้าที่จัด “พิธีดูตัว” ให้กับเจ้าสาวองค์กรต่างๆ และดูแลความสัมพันธ์ให้ยืนยาว โดยอาสาทุกท่านมาช่วยด้วยใจ ด้วยเงินทุนส่วนตัวทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีน้ำใจจากผู้คนอีกมากมายที่ยินดีช่วยแบบไม่คิดเงิน เช่น มอบห้องประชุมให้แม่สื่อได้ประชุมกัน ผลิต cut-out สำหรับใช้งาน ผลิตเสื้อเจ้าบ่าว/เจ้าสาว/แม่สื่อให้กับกลุ่มผูกปิ่นโตข้าวแบบฟรีๆ เป็นต้น

ใครอยากเป็นเจ้าบ่าว เจ้าสาว หรืออาสา สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่ pookpintokao.com หรือ www.facebook.com/pookpintokao

พี่บี๋ฝากทิ้งท้ายกับน้องๆ คนรุ่นใหม่ว่า ถ้าคิดแล้ว ก็ทำเลย และขอให้ชัดเจนในสิ่งที่ทำ…อย่าฝากความหวังไว้ที่ใคร เพราะอนาคตอยู่ที่เรา! 

id old content:
176
0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below