วงเวียนปัญหาหนี้นอกระบบ ที่เกษตรกรไทยดิ้นไม่หลุด

28 ธันวาคม 2558


โชคดีที่มีโอกาสไปนั่งสังเกตการณ์วงเสวนาผู้มีส่วนได้เสีย เพื่อร่วมกันสร้างหนทางสู่ระบบอาหารที่ยั่งยืน ของสวนเงินมีมา ในวงสนทนาได้หยิบยกประเด็น “วิกฤติความมั่นคงทางอาหาร” และ “ความปลอดภัยของอาหาร” ขึ้นมาพูด ซึ่ง 2 หัวข้อนี้เป็นปัญหาระดับโลกที่ทุกประเทศกำลังเผชิญ ซึ่งจากหัวข้อใหญ่ก็แตกเป็นหัวข้อย่อยๆ เช่น การผลักดันให้เกิดเกษตรอินทรีย์ ภาพรวมระบบอาหารในภูมิภาคอาเซียน และเสียงสะท้อนจากภาคีเครือข่าย เป็นต้น

หนึ่งในหัวข้อย่อยที่เรารับฟังแล้วรู้สึกสะเทือนใจคือปัญหาของการเสียที่ดินทำกินของชาวนาที่มีสาเหตุหลักมาจากหนี้นอกระบบ เพราะเมื่อชาวนาเสาหลักในการผลิตอาหารต้องเผชิญกับหนี้รอบด้าน ต้องหวาดระแวงว่าจะเสียที่ดินทำกิน เขาจะมีแรงกายแรงใจมาทุ่มเทดูแลข้าวให้มีคุณภาพได้อย่างไรกัน

พี่สมจิตร คงทน ได้เปิดเผยข้อมูลงานวิจัยของมูลนิธิคนไทยเรื่องเกษตรกรที่ประสบปัญหาหนี้นอกระบบ งานวิจัยชิ้นนี้ลงเก็บข้อมูลในพื้นที่ อำเภอ โพธาราม จังหวัดราชบุรี จากสถิติพบตัวเลขที่ระบุปัญหาหนี้สินของเกษตรไทยดังนี้

  • เกษตรกรทั้งหมดมีจำนวน 24 ล้านคน
  • เกษตรกรมีหนี้สิน 1.64 ล้านคน
  • เกษตรกรไม่มีที่ดินทำกิน 4.7 ล้านคน
  • เกษตรกรมีหนี้สินรวมทั้งสิ้น 14,800,000 กว่าล้าน

สาเหตุของหนี้สิ้นนอกระบบ

จากการสัมภาษณ์เกษตรกร และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง พบว่าต้นตอสำคัญที่ก่อหนี้สินนอกระบบมีดังต่อไปนี้

  • ภัยทางธรรมชาติ น้ำท่วม ภัยแล้ง
  • ไม่มีที่ดินทำกิน
  • ต้องใช้เงินเร่งด่วน และไม่สามารถเข้าถึงเงินในระบบได้
  • ขาดความรู้การประกอบอาชีพ
  • ต้นทุนการผลิตสูง
  • ไม่มีอำนาจต่อรอง
  • ถูกควบคุมการผลิตครบวงจร
  • ความไม่ต่อเนื่องของนโยบายรัฐ

รูปแบบของหนี้นอกระบบ

  1. หนี้ที่เป็นธรรม คิดดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดก็จริง แต่เกษตกรรับได้ เนื่องจากเป็นการกู้ยืมที่ไม่มีหลักประกัน ผู้ให้กู้แบกรับความเสี่ยง ส่วนใหญ่จะเป็นการกู้ในรูปแบบยืมญาติพี่น้องหรือคนบ้านใกล้ โดยจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ 3 บาทต่อเดือน
  2. หนี้ที่ไม่เป็นธรรม เช่น
  • หนี้ขายฝากที่ดิน ทำสัญญาอายุ 6 เดือนหรือ 1 ปี เมื่อลูกหนี้ไม่จ่ายตามสัญญา ลูกหนี้จะถูกยึดที่ดินทำกินทันที หนี้ชนิดนี้เป็นสาเหตุให้เกษตกรเสียที่ดินทำกินจำนวนมากให้กับนายทุน
  • สัญญาเปล่า เกษตรกรที่ไม่มีความรู้ อ่านหนังสือไม่ได้ แต่จำเป็นต้องใช้เงิน เลยเซ็นต์ชื่อลงนามไว้ในสัญญาเปล่า ผู้ให้กู้ยืมก็กรอกตัวเลขเกินจริงเพื่อเจตนาโกง
  • เงินกู้ดอกเบี้ยรายวัน คิดอัตราดอกเบี้ยโหดมาก มีการข่มขู่ และทำร้ายร่างกาย เกษตรกรบางคนต้องจ่ายค่าดอกเบี้ยวันละ 2,000 บาท

ความช่วยเหลือที่เกษตรกรต้องการ

1.ต้องการให้รัฐออกนโยบายที่ช่วยให้เกษตกรกลุ่มที่รายได้น้อยเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ โดยใช้หลักค้ำประกันกลุ่ม หรือ การประกันรูปแบบอื่น และอยากให้รัฐตรวจสอบการให้เงินทุนที่อัดฉีดตามหมู่บ้าน เพราะส่วนมากเงินพวกนี้จะไม่ถึงเกษตรกรแต่ตกอยู่ในมือกำนันหรือผู้ใหญ่บ้าน

2.อยากให้มีการออกโฉนดชุมชนเพื่อกันพื้นที่สำหรับทำการเกษตร เนื่องจากตอนนี้มีการกว้านซื้อที่ดินเพื่อนำไปพัฒนา

จุดเริ่มต้นจากปัญหาหนี้นอกระบบ เริ่มลุกลามสู่ปัญหาเกษตรกรไม่มีที่ดินทำกิน เพราะที่ดินเพื่อการเกษตรดั้งเดิมตกอยู่ในมือกลุ่มนายทุน เจ้าของโรงสี จากเดิมที่เกษตรกรเป็นเจ้าของที่ดินก็กลายเป็นผู้เช่าที่ไม่รู้ว่าจะโดนไล่เอาที่คืนวันไหน ปัญหานี้จึงเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่กระทบต่อเสถียรภาพทางด้านอาหาร




Hashtags: