knowledge

บทเรียนนักศึกษา…จากการทำโปรเจกต์เพื่อสังคม (ตอนที่ 1)

24 มกราคม 2016


เมื่อต้นปี พ.ศ. 2558 มูลนิธิอโชก้า ผู้ริเริ่มสร้างสรรค์เพื่อสังคม (ประเทศไทย) ร่วมกับวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดโครงการ Active Citizen Plus in KKU ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1-2 ได้ทดลองทำโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมเป็นระยะเวลา 6-12 เดือน เพื่อฝึกทักษะและเก็บเกี่ยวประสบการณ์ก่อนจะเรียนจบออกไปเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงในชุมชนให้ดีขึ้นต่อไป

โดยกระบวนการได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ค้นหาประเด็นปัญหาสังคมและนำความสนใจหรือทักษะที่มี ปั้นเป็นไอเดียแรกเริ่มออกมา พร้อมเวิร์คช็อปให้เครื่องมือการศึกษาปัญหาและหาสาเหตุเพื่อแก้ไขได้ถูกจุด ตั้งเป้าหมายและวางแผนงาน เรียนรู้วิธีการบริหารจัดการ และรับเงินทุนไปทำจริงไม่เกิน 50,000 บาท  พร้อมโค้ชคอยให้คำปรึกษาตลอดโครงการ จากทั้งหมด 13 ทีม เหลือรอดเพียง 3 ทีมที่ได้ลงมือทำ ซึ่งสาเหตุมาจากกระบวนการที่ให้ความสำคัญและระยะเวลาในการสำรวจปัญหาสังคมที่นานเกินไป ประกอบกับนักศึกษามีเวลาน้อยเนื่องจากเรียนและกิจกรรมต่างๆ ของมหาวิทยาลัย

ซึ่งทั้ง 3 ทีมที่กล่าวมานี้ ได้แก่ ทีม The Bottle Save Life, ทีม รัก มข. ต้องต่อคิว และทีมเตาเผายุคใหม่เพื่อสังคมไทยปัจจุบัน โดยมีแนวคิดโครงการและบทเรียนที่ได้รับดังต่อไปนี้

1. ทีม The Bottle Save Life

จอห์นนี่ และแพรว เพื่อนสนิท ที่ฝ่ายชายจอห์นนี่ขัดข้องใจกับการซื้อน้ำขวดดื่มแล้วทิ้งขวดพลาสติกทุกๆ วันที่มาเรียน แถมยังต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น เพราะตู้กดน้ำของทางวิทยาลัยฯ ก็มีจัดเตรียมไว้ให้อยู่แล้ว ส่วนฝ่ายหญิงอินกับปัญหาที่เพื่อนสนใจและพร้อมช่วยสนับสนุนเต็มที่

ไอเดียของ The Bottle Save Life คือการจัดแคมเปญรณรงค์ให้นักศึกษาพกขวดน้ำดื่มส่วนตัว โดยทำประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบและติดโปสเตอร์ การทำคลิปวีดีโอ การเชิญชวนนักศึกษาให้ช่วยกันบอกต่อ เปิดเพจบนเฟสบุ๊ค บอกเล่าเรื่องราวตามอีเว้นท์ต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยจัดขึ้น เพื่อทำให้โครงการเป็นที่รู้จัก แล้วจึงจัดหาขวดน้ำดื่มมาให้ใช้กัน ซึ่งผลตอบรับก็ดีมาก ขวดไม่พอจึงจะต้องวางแผนจัดหามาใหม่ นอกจากจะสามารถดึงนักศึกษามาเข้าร่วมโครงการได้แล้ว ยังสร้างการมีส่วนร่วมกับทางวิทยาลัยการปกครองท้องถิ่น มข. ให้ช่วยดูแลมาตรฐานของน้ำดื่มและจัดหาตู้น้ำดื่มมาเพิ่มให้กดน้ำเติมกันได้ทั่วถึงอีกด้วย ทั้งนี้ได้มีการติดตามและวัดผล โดยตั้งกล่องทิ้งขวดน้ำดื่มพลาสติก พบว่ามีปริมาณขวดน้ำดื่มพลาสติกเหลือทิ้งน้อยลง และพบเห็นนักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการนำขวดน้ำดื่มส่วนตัวที่ได้รับมาใช้ซ้ำอยู่บ่อยครั้ง

ติดตามกิจกรรมของ The Bottle Save Life ได้ที่นี่

บทเรียนจากทีม The Bottle Save Life

พบปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้นมากมาย ยกตัวอย่าง เช่น การได้รับขวดน้ำดื่มส่วนตัวที่ล่าช้ากว่ากำหนด ส่งผลให้เลื่อนระยะเวลาออกไป การคำนวณจำนวนปริมาณขวดที่สั่งผิดพลาด ไม่พอต่อความต้องการ กลุ่มเป้าหมายที่มาเข้าร่วมไม่ตรงกับที่ตั้งไว้ เป็นต้น ถึงแม้ว่าหนทางจะไม่ราบเรียบ แต่การลงมือทำโครงการด้วยตนเอง ก็ทำให้จอห์นนี่ แพรว และเพื่อนๆ รู้จักและคิดเป็นระบบมากขึ้น มีความมั่นใจที่จะนำเสนอ บอกเล่าเกี่ยวกับโครงการ ให้เป็นที่รู้จักและได้รับการสนับสนุน กล้าแสดงออก มีทักษะการประชาสัมพันธ์ สุดท้ายเกิดความเชื่อมั่นจะผลักดันโครงการให้เป็นนโยบายของทางวิทยาลัยฯ ให้ได้ต่อไป

ข้อสังเกตจาก Coach ประจำทีม

  • พบว่านักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการและลงมือทำจริง จะกล้าแสดงออกมากขึ้น
  • ไม่ทำงานคนเดียว แลกเปลี่ยนกับทีมที่เข้าร่วมโครงการ รู้จักจะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • มีคนรู้จักมากขึ้น ทั้งกับรุ่นน้อง รุ่นพี่ และหน่วยงานในวิทยาลัยฯ
  • โตเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น มีความเชื่อมั่นในตนเอง กล้าลงมือทำ
  • มีความรับผิดชอบมากขึ้น
  • แนะนำโอกาสลักษณะแบบนี้ไปยังรุ่นน้อง
  • เกิดความภาคภูมิใจในโครงการและผลที่เกิดขึ้น

ทั้งนี้ผู้เขียนขออนุญาตบอกเล่าบทเรียนของอีก 2 ทีมที่เหลือในบทควาทถัดไปตามลำดับนะครับ เนื่องจากเกรงว่าเนื้อหาจะยาวเกิน โปรดติดตามได้เร็วๆ นี้

id old content:
263
0

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below