Waste or Treasure ?

25 กุมภาพันธ์ 2559


อาหารเหลือทิ้ง สำหรับใครหลายๆ คน บางครั้งก็อาจจะเป็นขุมทรัพย์ ของคนอีกนับล้านชีวิตบนโลกใบนี้......

อันที่จริง คำว่า อาหารเหลือทิ้ง ก็ดูเหมือนจะพูดเกินความจริงไปหน่อย

เพราะจริงๆ แล้วบางครั้ง เราเรียกว่า อาหารที่ถูก "ทอดทิ้ง" อาจจะดูเหมาะสมเสียมากกว่า….

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เพราะ วิกฤตขยะอาหาร เป็นปัญหาระดับโลก

“อาหารที่ผลิตขึ้นทั้งหมดบนโลกสูญเสีย และกลายเป็นขยะถึง 30-50% โดยไม่เคยตกถึงท้องมนุษย์เลย” -- Institution of Mechanical Engineers

“เราสูญเสียและทิ้งขว้างอาหารประมาณ 1,300 ล้านตันทุกๆ ปี ในขณะที่ทุกๆ วันประชากรโลก 1 ใน 8 คน ยังอดอยากอยู่”

อาหารที่ผลิตได้ในโลก กลายเป็นเศษอาหารเหลือทิ้งถึง 1 ใน 3 หรือประมาณ 1,300 ล้านตัน ขณะที่มีประชากรทั่วโลกต้องเผชิญความหิวโหยถึง 870 ล้านคน" -- ดร.โรซ่า เอส. โรลเล่ เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านอุตสาหกรรมเกษตร และหลังเก็บเกี่ยว จากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ

"สำหรับในประเทศไทย เรามีปริมาณขยะมูลฝอยเพิ่มขึ้นทุกปี โดยในปี 2556 ขยะมูลฝอยมีปริมาณ 26.77 ล้านตัน ซึ่งมีขยะอาหารเป็นสัดส่วนถึง 64% แต่เรามีความสามารถในการกำจัดขยะไม่ถึง 70% ของขยะที่เกิดขึ้น ทำให้มีขยะมูลฝอยตกค้าง ก่อปัญหาสิ่งแวดล้อมมากมาย และส่งผลต่อภาวะโลกร้อน โดยเฉพาะปริมาณขยะในกรุงเทพมหานคร อยู่ที่ 534.8 กก./คน/ปี ซึ่งคนกรุงเทพฯ ช่วยกันสร้างขึ้นมา จนทำให้กรุงเทพฯ ครองแชมป์เมืองที่มีปริมาณขยะมากเป็นอันดับ 4 จาก 22 เมืองใหญ่ในทวีปเอเชีย" -- สากล ฐินะกุล รองอธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

เคยคิดหรือไม่ว่า......อาหารที่เราปล่อยทิ้งขว้างให้เป็นขยะ มันมีผลพวงเป็นลูกโซ่ต่อๆ กันไป เริ่มตั้งแต่

  • การใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการเพาะปลูกโดยไม่จำเป็น ไม่ว่าจะ ดิน น้ำ และพลังงาน
  • ตลอดห่วงโซ่อุปทานของการผลิตและบริโภคอาหาร มีการสูญเสียทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเพาะปลูก เก็บเกี่ยว สายการผลิต การจัดส่ง จนกระทั่งถึงมือผู้บริโภค ที่มีนิสัยจับจ่ายบริโภคไม่เหมาะสม ทิ้งขว้างอาหาร ไม่มีการวางแผนการบริโภค
  • การกินทิ้งกินขว้างของเรา ทำให้สูญเสียแรงงาน เกษตรกร คนขายอาหาร พ่อครัว แม่ครัว ค่าน้ำมันรถในการขนส่ง ขับรถไปซื้อ
  • ขยะอาหารที่เราทิ้ง ยังทำให้เกิดมลพิษ และก๊าซเรือนกระจกมากถึง 3300 ล้านตันต่อปี
  • นี่ยังไม่นับบรรจุภัณฑ์ หีบห่อ ที่ทำจากพลาสติกต่างๆ ที่เราทิ้งไปพร้อมกับอาหารอีกด้วยนะ

ที่สำคัญ ทรัพยากรของโลกเรามีจำกัด มีแต่จะลดน้อยลง ในขณะที่ประชากรเพิ่มมากขึ้นทุกวันๆ

ที่มาข้อมูลเพิ่มเติม : เว็บไซต์ สสส.

Case ที่เกี่ยวข้อง

Zero Waste No Packaging Supermarket แห่งแรกในโลกที่ประเทศเยอรมัน ชื่อร้าน Original Unverpackt (Original Unpackaged) ที่ก่อตั้งขึ้นโดย สองสาว Sara and Milena ตั้งต้นจากการระดมเงิน Crowdfunding สินค้าทุกอย่างจะไม่มีบรรจุภัณฑ์ ซุปเปอร์มาเก็ต จะซื้อสินค้ามาเป็นถุงใหญ่ จากนั้นแบ่งใส่ภาชณะบรรจุ ให้ลูกค้า ทำขวดโหล กล่อง มาจากบ้านเองเพื่อแบ่งซื้อ


Foodcycle Non-profit ที่ Patrick ผู้ดูแล Goodlab เป็นผู้ก่อตั้ง Foodcycle ทำงานโดยจับมือกับ 3 ภาคส่วน คือ

  1. พันธมิตรหน่วยงานเอกชนต่างๆ เช่น ซุปเปอร์มาเก็ต โรงแรม นำอาหารที่เกินความต้องการ แต่ยังมีคุณภาพดีอยู่
  2. ยืมห้องครัว จากร้านอาหารในช่วงเวลาที่ไม่ใช้งาน (donate spare space)
  3. อาสาสมัคร มาทำอาหารให้คนไร้บ้าน คนที่รายได้น้อย

โดย ตั้งแต่ปี 2009-2012 ที่ทำมา มีอาสาสมัครทั้งหมด 1,000 คน ทำอาหารได้ทั้งหมด 40,000  มื้อ ให้คนเกือบ 4,000 คน ลด food waste ไปได้ 400,000 ตัน!!!

ที่ประเทศฝรั่งเศส ก็ออกกฏหมายมาได้เจ๋งเป้งมาก บังคับให้ซุปเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ (400 ตารางเมตรขึ้นไป) ห้ามทิ้งอาหารที่ยังกินได้ บังคับให้นำไปบริจาคให้ Foodbank และองค์กรการกุศลอื่นๆ แทนที่จะทิ้ง ไม่อย่างนั้นแล้วจะโดนปรับ เป็นมูลค่าสูงถึง 3,750 ปอนด์

http://www.theguardian.com/world/2016/feb/04/frenc...


WeFood ซุปเปอร์มาเก็ตแห่งแรกในเดนมาร์ก(และน่าจะแห่งแรกในโลก) ที่ขายอาหารเหลือจากการบริโภค (surplus food) ก่อตั้งโดยความร่วมมือของ Fødevarebanken (The Food Bank) ที่ทำงานด้านแจกจ่ายอาหารให้คนไร้บ้าน และ DanChurchAid องค์กรการกุศลที่ทำงานเกี่ยวกับความยากจน ความหิวโหย และโรค HIV/AIDS โดยการไปเจรจากับ Føtex ซึ่งเป็น หนึ่งใน chain supermarket ที่ใหญ่ที่สุดของเดนมาร์ก ทำสัญญากับ คนนำเข้าผลไม้จากต่างประเทศ ร้านขายเนื้อ คนขายสินค้าออร์แกนิกต่างๆ โดยจะมีอาสาสมัครไปรับสินค้าจาก suppliers โดยตั้งเป้าว่าจะช่วยลดปริมาณอาหารเหลือทิ้ง 700,000 ตัน ร้านนี้ฮ็อตมากขนาดที่ว่า ทุกๆ เช้าจะมีคนมาต่อคิวรอซื้อของตั้งแต่ร้านยังไม่เปิดเลยทีเดียว

  

ที่มา : huffingtonpost


Foodlink Non-profit ของฮ่องกง ก็ทำได้น่าสนใจมากๆ ค่ะ เค้าเป็นคนกลางเชื่อมต่ออาหารที่เกินความต้องการจากภาคอุตสาหกรรม ไปแจกจ่ายให้คนยากจนในฮ่องกงเช่นกัน โดยประเภทของอาหารมีความหลากหลาย และรายละเอียดในการทำงานที่แตกต่าง มีตั้งแต่อาหารพร้อมรับประทาน (ขนส่งโดยใช้ตู้เย็น) ขนมปังจากร้านเบเกอรี่ในท้องถิ่น อาหารเหลือจากงานเลี้ยงโต๊ะจีน อันนี้เกร๋ๆ คือ จะมีการติดต่อกับทุกคนที่เกี่ยวข้อง เช่น โรงแรม ผู้จัดงาน จากนั้นก่อนวันงาน โดยจะนำ packaging อาหาร ไปทิ้งไว้ให้ล่วงหน้า ถ้าสามารถรู้เมนูก่อนล่วงหน้าได้จะดีมาก เพราะ foodlink เค้าจะได้วางแผนการในการจัดส่ง เพราะอาหารบางชนิดอาจจะบูด เสื่อมสภาพได้ง่าย (เค้าก็จะไม่รับตั้งแต่แรก) โรงแรมจะช่วยเก็บอาหารที่เหลือจากงานเลี้ยงไว้ในตู้เย็น และ foodlink จะไปรับในเช้าวันรุ่งขึ้นเพื่อส่งให้ถึงมือผู้รับ โดย foodlink จะแจ้งชื่อผู้ได้รับผลประโยชน์ รวมถึงปริมาณอาหารที่ได้รับให้กับผู้บริจาค

Foodlink ทำแม้กระทั่งการจัดปาร์ตี้วันเกิดให้เด็กด้อยโอกาส มีเค้กวันเกิด(ติดต่อกับร้านเบเกอรี่ ซึ่งจะให้บัตรส่วนลด สำหรับผู้ใหญ่ใจดีที่ต้องการซื้อเค้ก พร้อมกับกระเป๋าเป้ ใส่เครื่องเขียนอุปกรณ์การเรียน เป็นของขวัญให้เด็กๆ ส่งไปพร้อมกับเค้กวันเกิด โดยมี foodlink เป็นคนกลางเอาไปให้ แบบไทยๆ เราว่า อันนี้ก็น่ารักดีค่ะ http://www.foodlinkfoundation.org/

Tin Shui Wai ชุมชนร่วมใจแก้ปัญหาอาหารเหลือทิ้ง อันนี้เป็นคนในพื้นที่เชื่อมต่อกับ foodlink และสร้าง value ในการทำอาหารไปให้คนยากจนต่ออีกทีนึ อ่านเรื่องราวได้ ที่นี่


ของคนไทยเอง เมื่อไม่นานมานี้ เราก็เจอเคสน่ารักๆ ใน pantip เหมือนกันนะคะ เห็นแล้วอมยิ้มเลย ^__^

ปิดท้ายด้วยรายการสามัญชนคนไทย...ข้อมูลชัด จัดเต็ม

เมื่อขยะ คือห้องครัวของใครหลายๆ คน.."ความหิวที่รัก" นี่ชีวิตจริงไม่ได้อิงนิยายนะ!!

Hashtags: