สถานการณ์ปัญหาการปนเปื้อนของสารเคมีในอาหารทะเล

15 มีนาคม 2559
น้ำ

ชุมชน

เชื่อว่าหลายๆ คนในที่นี้คงแพ้อาหารทะเล หรือมีคนรอบข้างที่แพ้อาหารทะเล แต่ทราบหรือไม่ว่าการแพ้อาหารทะเลมีอยู่ 2 รูปแบบ คือ 1) แพ้สารของอาหาร ที่อยู่ในหอย กุ้ง หรือปลา 2) แพ้สารที่เป็นตัวยา คือ สารเคมีที่ผสมเข้าไประหว่างทางจากทะเลสู่ผู้บริโภค ซึ่งการแพ้ส่วนใหญ่ มักจะมาจากการแพ้ตัวยา

อาหารจากสัตว์ทะเล เป็นอาหารสำหรับผู้บริโภคที่มีความเสี่ยงจากการปนเปื้อนระหว่างการจัดการ จัดเก็บ และขนส่ง ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพผู้บริโภค เรือประมงขนาดใหญ่ ใช้เวลาในการออกทะเลประมาณ 7 - 30 วัน ต่อหนึ่งครั้ง ดังนั้น ชาวประมงต้องเก็บรักษาอาหารทะเลที่จับมาได้ไม่ให้เน่าเสียเพื่อให้อาหารทะเลยังมีความสดเมื่อนำมาขึ้นฝั่ง พร้อมนำไปขาย กรรมวิธีในการเก็บรักษาอาหารทะเลเหล่านี้คือสาเหตุสำคัญของการปนเปื้อนอาหารทะเล อาหารทะเลจะถูกแช่ไว้บนเรือด้วยน้ำแข็ง ซึ่งมีการผสมสารฟอร์มาลีนเข้าไปด้วย 

นอกจากการปนเปื้อนของสารเคมีตั้งแต่บนเรือ เมื่อนำมาสู่ตลาด พ่อค้าแม่ค้าบางคนก็เติมฟอร์มาลีนและสารกันเสียหลากหลายชนิดลงไป เพื่อให้ปลาคงความสดและป้องกันการเน่าเสีย ซึ่งสารเหล่านี้เมื่อกินเข้าไปในปริมาณมากอาจเกิดอาการแพ้ มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ปวดท้อง ในปากและคอแห้ง หัวใจเต้นเร็ว แน่นหน้าอก อาจมีการถ่ายท้อง คลื่นไส้ อาเจียน ปัสสาวะไม่ออกหรือปัสสาวะเป็นเลือด มีอาการเพลีย เหงื่อออก ตัวเย็น คอแข็งและหากสะสมสารฟอร์มาลดีไฮด์ (formaldehyde) ซึ่งเป็นสารประกอบของฟอร์มาลินในปริมาณมาก ก็จะกระตุ้นให้เกิดมะเร็งได้

งานวิจัยและข้อมูลทางวิชาการเกี่ยวกับสารเคมีในอาหารทะเลยังมีจำนวนน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับงานวิจัย และสถิติที่จัดทำในประเด็นอาหารอื่นๆ ทำให้อุตสาหกรรมอาหารทะเลเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญในด้านอาหารปลอดภัยที่หลายๆ คนอาจจะมองข้ามไป

ประเด็นที่น่าสนใจ

ประเด็นที่น่าสนใจ

  • ไม่มีหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแล และสร้างมาตรฐานความปลอดภัยของอาหารทะเลอย่างชัดเจนโดยตรง
  • ผู้บริโภคไม่รู้ว่าจะสามารถตรวจหาฟอร์มาลีนในอาหารทะเลได้อย่างไร
  • ประมงพื้นบ้านเป็นวิธีการที่ปลอดภัย แต่ได้ผลผลิตไม่หลากหลายเท่ากับประมงพาณิชย์ และช่องทางการขายก็ยังมีน้อย
  • ระยะทางขนส่งอาหารทะเล จากทะเลมาถึงผู้บริโภคมีระยะทางมาก ต้องผ่านพ่อค้าคนกลางหลายทอด ทำให้เสี่ยงต่อการฉีดสารเคมีเพื่อรักษาความสดในปริมาณที่มากขึ้น
  • อาหารทะเลที่ปลอดสารเคมีปนเปื้อนจะมีกระบวนการเก็บรักษาที่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่า ทำให้ผู้บริโภคหลายคนไม่เลือกซื้อผลิตภัณฑ์ปลาปลอดภัยเพราะมีราคาสูงกว่าราคาตลาดทั่วไป 15-20 %

Case ที่น่าสนใจ

Case ที่น่าสนใจ

คนจับปลา

  • ร้านคนจับปลา (Fisherfolk) : สินค้าในร้านคนจับปลา เป็นผลผลิตสัตว์น้ำที่ชาวประมงพื้นบ้านจับมาด้วยเครื่องมือประมงที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ชุมชนประมงพื้นบ้านยังอนุรักษ์ และฟื้นฟูทะเลควบคู่ไปกับการทำประมงด้วย ชาวประมงพื้นบ้านจะส่งสัตว์น้ำขายวันต่อวัน ไม่เก็บค้างไว้โดยใช้สารฟอร์มาลีนช่วยยืดอายุ อาหารทะเลจากชาวประมงพื้นบ้านจึงมีคุณภาพ สด ใหม่ ไร้สารพิษ และการจำหน่ายตรงสู่ผู้บริโภคโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ทำให้ผู้บริโภคได้สินค้าในราคาที่เหมาะสม และชาวประมงผู้ผลิตก็ได้รับเงินที่เป็นธรรม

Facebook Fanpage คนจับปลา

คนจับปลา

  • โครงการประมงพื้นบ้าน-สัตว์น้ำอินทรีย์ โดย มูลนิธิสายใยแผ่นดิน (Greennet) : ส่งเสริมคุณค่าของชาวประมงพื้นบ้านให้เป็นที่รับรู้ในสังคมไทยที่ได้สร้างสรรค์ในการผลิตอาหารที่มีคุณภาพและปลอดภัย ด้วยการทำประมงอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีบทบาทที่สำคัญในการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งให้เกิดความยั่งยืน มีใช้ไปถึงลูกหลาน และเพื่อเชิญชวนสาธารณชนที่เป็นทั้งผู้บริโภคอาหารทะเลและผู้ที่ชอบท่องเที่ยวทะเลให้มีส่วนร่วมในการผลักดันให้เกิดนโยบายการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังผลักดันให้สัตว์น้ำจากประมงพื้นบ้านได้รับมาตรฐานอาหารอินทรีย์

Facebook Fanpage โครงการประมงพื้นบ้าน-สัตว์น้ำอินทรีย์

​Link และบทความที่น่าสนใจ

 

Link และบทความที่น่าสนใจ

Hashtags: