Blue Brand : จากประมงพื้นบ้าน สู่มาตรฐานความปลอดภัย

16 มีนาคม 2559
น้ำ

ชุมชน

ประมงพื้นบ้านเป็นประมงเรือเล็กที่ทำการจับสัตว์น้ำด้วยวิธีที่ยั่งยืน ใช้อุปกรณ์ที่เน้นการจับเฉพาะอย่าง ไม่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ทำลายห่วงโซ่อาหาร ไม่จับปลาตัวเล็กๆ ที่มีโอกาสเติบโตเป็นอาหารในอนาคตได้ ออกทะเลไปเพียงแค่ 2-3 ชั่วโมง และนำมาขายทันที ไม่มีการเก็บรักษาความสดด้วยฟอร์มาลีน ทำให้สัตว์น้ำมีคุณภาพและความปลอดภัย ประมงพื้นบ้านจึงเป็นวิธีการที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างความปลอดภัยให้ผู้บริโภคที่สุด  

อย่างไรก็ตาม ประมงพื้นบ้านยังขาดหลักประกันและไม่เป็นที่รับรู้ของสังคม จึงทำให้ไม่ได้รับความสำคัญมากนัก เพราะคนทั่วไปเข้าใจว่าประมงพื้นบ้านเป็นการประมงแบบยังชีพ ไม่มีนัยยะสำคัญของการบริโภคของตลาด ทั้งที่ในความเป็นจริง ประมงขนาดเล็กสามารถสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงทางอาหารให้กับสังคมไทยได้ ปัญหาดังกล่าวมีผลมาจากชุมชนประมงพื้นบ้านมีขนาดเล็ก จึงมีข้อเสียเปรียบในการเข้าถึงตลาด ไม่ได้เป็นผู้จำหน่ายผลผลิตของตนเองให้แก่ผู้บริโภคโดยตรง ทำให้ราคาผลผลิตตกต่ำกว่าที่ควรจะได้ ทำให้ประมงพื้นบ้านอยู่ในสภาวะขาดแคลนและยากจน

สมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านจึงได้ผลักดันให้เกิดมาตรฐานผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำสีฟ้า (Blue Brand Standard) โดยคุณวิโชคศักดิ์ รณรงค์ไพรี (อโชก้าเฟลโลว์) เป็นมาตรฐานที่ส่งเสริมอาหารทะเลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและรับผิดชอบต่อสังคม แนวคิดของมาตรฐานนี้เกิดขึ้นจากปัญหาความไม่ไว้วางใจของผู้บริโภคต่ออุตสาหกรรมอาหารทะเลขนาดใหญ่ ซึ่งมีวิธีปฏิบัติที่ไม่ยั่งยืน ไม่ปลอดภัยและไม่รับผิดชอบ ผู้บริโภคต้องการอาหารทะเลที่สามารถสืบย้อนที่มาและวิธีปฏิบัติได้ ประมงพื้นบ้านเป็นวิถีการประมงที่สามารถรับรองความปลอดภัยตรงนี้ให้แก่ผู้บริโภคได้ แต่ยังขาดโอกาสในการเข้าถึงตลาดและผู้บริโภค ซึ่งการมีรับรองในลักษณะนี้จะสามารถสร้างโอกาสให้แก่ชาวประมงพื้นบ้านเหล่านี้มากขึ้น

หลักการพื้นฐานของมาตรฐานสัตว์น้ำสีฟ้าครอบคลุมกระบวนการทำประมงอย่างครบถ้วน กล่าวคือตั้งแต่เรือประมงจนถึงผู้บริโภค ดังนั้นหลักการของมาตรฐานจึงมีกรอบใน 4 ด้านได้แก่

  1. ด้านความปลอดภัยต่อผู้บริโภค : เป็นสินค้าอาหารทะเลที่ไม่ใช้สารเคมี สารกันเสียที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพผู้บริโภคทั้งในอาหารทะเลสดและผลิตภัณฑ์แปลรูป
  2. ด้านชุมชน : เป็นสินค้าอาหารทะเลที่คำนึงถึงประโยชน์ของชุมชนประมงพื้นบ้าน การดำรงชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีของชาวประมง
  3. ด้านสังคม : เป็นสินค้าอาหารทะเลที่คำนึงถึงมิติทางสังคมและแรงงาน โดยการทำประมงจะต้องไม่เอาเปรียบแรงงาน รวมถึงสนับสนุนการปกป้องสิทธิทางสังคมของบุคคลที่เกี่ยวข้อง
  4. ด้านสิ่งแวดล้อม : เป็นสินค้าอาหารทะเลที่เคารพกติกาชุมชนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของการทำประมง (เครื่องมือ ขนาด และพื้นที่ในการจับสัตว์น้ำ)

นอกจากนี้ ยังมีการจัดทำคู่มือตรวจสอบรับรองมาตรฐานในระดับปฏิบัติการที่พัฒนาขึ้นให้สอดคล้องกับหลักการด้านบนเพื่อพัฒนาให้เป็นมาตรฐานที่มีประสิทธิภาพและมีวิธีการตรวจสอบที่เหมาะสมอีกด้วย

มาตรฐานสัตว์น้ำสีฟ้าเป็นการสร้างโอกาสและความมั่นในให้แก่ผู้บริโภคในการเข้าถึงอาหารทะเลที่ปลอดภัย และยังเป็นการช่วยเหลือประมงพื้นบ้านให้มีโอกาสทางเศรษฐกิจมากขึ้นอีกด้วย


บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

Hashtags: