เคล็ดลับวิธีคิดเปลี่ยนคนธรรมดาให้เป็นคนเก่งด้วย Growth Mindset

06 พฤษภาคม 2559


แต่ไหนแต่ไร เรามักจะถูกวัดความฉลาดจากแบบทดสอบต่างๆ กันมาตั้งแต่เล็กจนโต ทุกคนล้วนมีความทรงจำเกี่ยวกับการสอบ เคยสังเกตไหมคะ ว่าเมื่อถึงเวลาประกาศคะแนน พวกสอบตกก็จะตกกันซ้ำๆ ส่วนพวกคะแนน Top ก็หน้าเดิมๆ 

อะไรที่ทำให้เด็กกลุ่มหนึ่งสอบผ่านแต่เด็กกลุ่มหนึ่งกลับครองตำแหน่งบ๊วย? 

อะไรทำให้เด็กมหาลัยกลุ่มหนึ่งได้รับใบปริญญาแต่เด็กมหาลัยบางกลุ่มยังแก้ F ไม่ผ่านสักที? 

อะไรทำให้ผู้หญิงอย่างน้องเมย์ รัชนก ครองแชมป์แบดมินตันรายการดัง? 

อะไรทำให้คนบางกลุ่มเป็นคนเก่งและประสบความสำเร็จ?

Angela Lee Duckworth นักจิตวิทยาที่วิจัยด้านการเรียนรู้ของมนุษย์ขึ้นพูดบนเวที Ted Talk ในหัวข้อ The key to success? Grit  พูดถึงความลับของความสำเร็จว่า

“ฉันตามหาคนที่เก่งที่สุด ทั้งเด็กและผู้ใหญ่จากทุกวงการ ตั้งแต่พลทหารในค่ายฝึก เวทีประกวดสะกดคำระดับชาติ ครูฝึกสอนในเขตกันดาร นักขายที่มียอดขายมากที่สุด ไปจนถึง CEO ที่ประสบความสำเร็จ ทุกคนมีลักษณะอย่างหนึ่งที่เหมือนกัน ซึ่งน่าแปลกที่มันไม่ใช่ IQ สูงปรี๊ด หรือหน้าตาดึงดูดใจ หรือการพูดเก่งเข้าสังคมเป็น แต่สิ่งที่ทุกคนมีก็คือ ความพยายามจนบรรลุเป้าหมาย (Grit)"

ถ้าจะให้ขยายความชัดๆ Grit คือส่วนผสมระหว่าง แรงบันดาลใจ กับ ความพยายาม 

คนที่มี Grit จะมีเป้าหมายชัดเจน มองเห็นอนาคต มุ่งมั่นให้ถึงเป้าหมายอย่างไม่ลดละ ทำงานหนักและทุ่มเท เรียกว่ากัดไม่ปล่อยเลยทีเดียว 

ใครรู้สึกว่าตัวเองไม่มี Grit ไม่ต้องตกใจ ทุกคนฝึกฝนได้ผ่านวิธีคิดที่ชื่อว่า Growth Mindset วิธีพัฒนาการเรียนรู้ที่คิดค้นโดย ศ.ดร. Carol Dweck จากมหาวิทยาลัย Standford 

ก่อนอื่นขออธิบายคำว่า Mindset ให้เข้าใจตรงกันก่อนนะคะ คำว่า Mindset ก็คือ ความคิดที่อยู่ในจิตใต้สำนึก ซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล (ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และเรื่องราวที่แต่ละคนได้ผ่านมาในชีวิต) โดย Mindset จะส่งผลต่อการตัดสินใจ และพฤติกรรมของเราที่มีต่อเรื่องต่างๆ 

Carol Dweck แบ่ง  Mindset ของคน ออกเป็น 2 แบบ คือ Growth Mindset และ Fixed Mindset 

ลองเช็คตัวเองดูค่ะว่า เราเป็นแบบไหน โดยเฉพาะว่าเจอสถานการณ์ที่แปลกใหม่ ความท้าทาย ความล้มเหลว และอุปสรรคต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิต 

กลับมาที่แนวคิด Growth Mindset ค่ะ เรามีเคล็ดไม่ลับ 3 ข้อมาฝากกัน ที่ไม่ว่าใครก็สามารถฝึกได้

1. บอกลาคำว่า ‘ทำไม่ได้’ เพราะเราแค่ ‘ยังทำไม่ได้’

ปฎิเสธไม่ได้เลยค่ะว่าเราทุกคนเติบโตมาพร้อมระบบโรงเรียนที่ชื่นชมแต่ความฉลาดหรือพรสวรรค์ จนไม่เหลือพื้นที่ให้เด็กที่เรียนไม่เก่งแต่มีพัฒนาการดีเลยหลายคนจึงคิดว่า ‘ความเก่งเป็นเรื่องของพันธุกรรม’ แต่จริงๆ แล้วความเก่งเป็นสิ่งที่พัฒนาได้ค่ะ ทุกคนสามารถฝึกสมองและกลายเป็นคนเก่งได้แค่ ‘มีความพยายาม’ เพราะความเก่งขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ดั้งเดิมแค่ 35 เปอร์เซนต์เท่านั้น ส่วนอีก 65 เปอร์เซนต์ขึ้นอยู่กับความพยายามล้วนๆ 

ศ.ดร.Carol เล่าให้ฟังว่า ที่ Chicago High School ไม่ประเมินผลเด็กด้วยคำว่า ‘ผ่าน’ กับ ‘ตก’ แต่โรงเรียนเลือกใช้คำว่า ‘ยังไม่ผ่าน’ แทน เพราะโรงเรียนเชื่อว่าถ้าเด็กขยันเพิ่มอีกนิด พวกเขาย่อมสอบผ่านได้แน่นอน จะเห็นได้ว่า คำว่า ‘ยัง’ ช่วยเพิ่มกำลังใจและยืดเวลาการเรียนรู้สำหรับเด็กๆ ซึ่งจากการทดลองพบว่าพอเด็กๆ รู้ว่าพวกเขาเก่งขึ้นได้แค่เพิ่มความพยายามให้มากขึ้น ทุกคนก็สอบผ่านได้ในครั้งต่อมา

เพราะฉะนั้นเวลาที่เราคิดว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้ ให้บอกตัวเองว่า ‘ยังทำไม่ได้’ เพราะนั่นหมายความว่าถ้าเราใส่ความพยายามมากพอ สุดท้ายเราจะทำได้อย่างแน่นอน

แนะนำให้แปะข้างฝาบ้านไว้ตัวโตๆ เลยค่ะ


2. ยิ่งยากยิ่งท้าทาย

ลืมไปหรือเปล่าว่าสมองเป็นกล้ามเนื้อชนิดหนึ่ง ที่เราต้องหมั่นบริหารเช่นเดียวกับกล้ามเนื้อร่างกายส่วนอื่นๆ ดังนั้นการเรียนรู้สิ่งใหม่ที่ยากๆ ก็จะทำให้สมองเราได้ฝึกฝน โดยจะเกิดกระบวนการเรียนรู้ ดังนี้

รับรู้ปัญหา >> ค้นหาวิธีแก้ไปเรื่อยๆ จนเจอวิธีที่ใช้ได้ผล >> จดจำวิธีที่ทำสำเร็จ

ซึ่งพอเราท้าทายสมองด้วยโจทย์ที่ยากขึ้นเรื่อยๆ สมองจะเริ่มคุ้นชินและเปลี่ยน 'ความกลัว' เป็น 'ความท้าทาย' แทน

ศ.ดร.Carol ใช้วิธีการนี้กับกลุ่มนักเรียนแถวชานเมืองนิวยอร์ก ซึ่งเป็นเด็กที่มีการเรียนรู้ต่ำกว่าเกณฑ์ โดยคุณครูให้โจทย์ที่ท้าทายพัฒนาการเด็กทีละขั้น เมื่อเด็กล้มเหลว ครูก็จะไม่ตำหนิ ในทางตรงข้ามกลับสอนให้ยอมรับว่าความผิดพลาดเป็นเรื่องปกติสามัญของกระบวนการเรียนรู้ จึงทำให้เด็กที่นี่กล้าลองผิดลองถูก หลังจากที่เปลี่ยนวิธีการสอนแค่ 1 ปี ผลการประเมินของเด็กโรงเรียนนี้ก็ติดอันดับ 1 ของเขตพื้นที่


3. จับผิดสมองขี้อิจฉา

สังเกตง่ายๆ จากปฎิกิริยาเมื่ออ่านเรื่องราวความสำเร็จของคนอื่นตามหน้านิตยสาร หรือเวลาที่คนรอบตัวมาเล่าความสำเร็จของเขาให้เราฟัง เรารู้สึกอย่างไร? ความคิดแรกที่พุ่งเข้ามาในหัวเราคืออะไร? บ้านรวยก็ทำได้สิ? เกิดเป็นลูกหมอก็ต้องเก่งอยู่แล้ว? ก็ไม่ได้เก่งเท่าไหร่แค่โชคดีหรอก? ถ้าความคิดเหล่านี้ผุดขึ้นมาในหัวเรา ให้สะบัดแรงๆ ไล่ความคิดเหล่านี้ออกไปค่ะ เพราะความขี้อิจฉาจะบดบังให้เราไม่ได้เรียนรู้จากความสำเร็จของผู้อื่น

ไม่มีใครโง่ไม่ตลอดชีวิต เราเกิดมาเพื่อเรียนรู้และเติบโตขึ้นทีละก้าว ถ้าเราไม่หยุดเรียนรู้ ไม่หยุดก้าวเสียก่อน 

วันนี้เราอาจยังไม่เก่ง แต่วันข้างหน้าใครจะรู้เนอะ :)

Hashtags: