In Harmony and Care for Animals : เพื่อชีวิตที่ดีกว่าสำหรับเพื่อนสัตว์

22 มิถุนายน 2559
ทารุณสัตว์ที่อยู่อาศัย, การพัฒนาชุมชน, การพัฒนาเมือง,

ครอบครัวชุมชน, สัตว์, เด็ก, เยาวชน,

สถานการณ์ปัญหาในปัจจุบัน

ลองนึกดูว่า ในเมืองที่เราอาศัยอยู่ทุกวันนี้ เราต้องใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสัตว์ชนิดใดบ้าง เช่น นกพิราบ กระรอก กบ หรือสัตว์รบกวนอื่นๆ ที่เราไม่ชอบ เช่น ยุง หนู แมงมุม แมลงสาบ ตุ๊กแก และอาจรวมไปถึงสัตว์ป่าบางชนิด เช่น งู หรือลิง ซึ่งเป็นผลมาจากการที่เมืองขยายตัวออกไปทุกวันๆ และจำเป็นต้องรุกล้ำพื้นที่ธรรมชาติ ซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์หลากหลายชนิดมมาก่อน ทำให้สัตว์เหล่านั้นต้องปรับตัวเพื่ออยู่อาศัยในเมืองให้ได้ ซึ่งหลายครั้งก็อาจสร้างความลำบาก ความรำคาญ และสร้างความเดือดร้อนให้กับมนุษย์

และเมื่อมนุษย์คิดว่าสัตว์อื่นๆ เป็นสิ่งกวนใจ จึงเกิด 'บริการกำจัดสัตว์รบกวน' เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นบริการไล่นกพิราบ การติดตั้งอุปกรณ์กับดักต่างๆ บริการกำจัดแมลงและปลวก (ตลาดผลิตภัณฑ์กำจัดแมลงมีมูลค่าถึง 4,000ล้านบาท ในปี 2554) การจัดการกับปัญหาสุนัขจรจัดที่ กทม. ต้องใช้งบประมาณกว่า 24 ล้านบาทต่อปี หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยต่างๆ ก็ยังต้องมีทักษะในการจัดการสัตว์ต่างๆ ที่เข้าไปในบ้านโดยไม่ได้รับเชิญ เช่น งู หรือตะกวด

เหตุการณ์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า คนส่วนใหญ่ยังไม่เห็นว่าเมืองก็เป็น 'บ้าน' ของสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นที่เราสามารถอาศัยร่วมกันได้ โดยไม่เบียดเบียนกัน หากเรามีการจัดการ และการออกแบบที่เหมาะสมกับทั้งสัตว์และมนุษย์

ซึ่งเราอาจไม่เคยรู้ว่าสัตว์ต่างๆ ก็ต้องปรับตัวเพื่อให้สามารถอยู่อาศัยได้ในสภาพแวดล้อมในเมืองที่ต่างออกไปจากที่เคยอยู่ ทั้งการปรับปรุงสายพันธุ์ให้แข็งแกร่งขึ้น และการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมในหลายๆ ด้าน เช่น สุนัขต้องเรียนรู้ที่จะรอและข้ามถนน สัตว์หลายชนิดต้องลดขนาดที่อยู่อาศัย นกบางชนิดต้องเปลี่ยนชนิดอาหารที่กิน ไปจนถึงต้องเปลี่ยนเวลาออกหากินเพื่อให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่มีมนุษย์อยู่ ดังนั้น มนุษย์เองก็ควรเรียนรู้ที่จะสร้างสมดุลในการอยู่ร่วมกัน ไม่มองว่าสัตว์เป็นส่วนเกินของเมือง และช่วยกันทำให้เมืองเป็นมิตรกับสิ่งมีชีวิตทุกชนิดเช่นกัน

และนอกจากสัตว์ทั่วๆ ไปที่เราพบเห็นแล้ว สวัสดิภาพของสัตว์เลี้ยงอย่างสุนัขและแมว ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่พบในเมืองใหญ่ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร แม้ประเทศไทยจะมีการบังคับใช้ พระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์ เมื่อปี 2557 ที่ระบุว่าไม่ให้มีการทิ้ง ฆ่าหรือทารุณสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นทางกายหรือจิตใจ หากฝ่าฝืน ผู้กระทำผิดจะต้องได้รับโทษถูกจำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับสูงสุด 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งถึงแม้ว่าบทลงโทษดังกล่าวจะรุนแรงกว่าการทำร้ายร่างกายคนเสียอีก แต่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็ยังขาดความเข้มงวดในการบังคับใช้ ทำให้เรายังคงเห็นข่าวการฆ่า และทารุณสัตว์อยู่เป็นประจำ

นอกจากนี้การปล่อยทิ้งสัตว์เลี้ยงให้กลายเป็นสัตว์จรจัด ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาใหญ่ที่เพิ่มความรุนแรงมากขึ้นทุกวัน ข้อมูลจากกรมปศุสัตว์ระบุว่า จำนวนสุนัขจรจัดเพิ่มขึ้นกว่า 2 แสนตัวในช่วงเวลาเพียง 2 ปีที่ผ่านมา ซึ่งปัญหานี้ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาอีกหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาขยะมูลฝอย มลพิษทางเสียง และความปลอดภัยของคนในการใช้พื้นที่สาธารณะ ซึ่งสถานที่รองรับเพื่อให้นำสัตว์เลี้ยงไปปล่อย หรือดูแลสัตว์จรจัด ทั้งของรัฐบาลและเอกชน ก็มีไม่เพียงพอต่อจำนวนสัตว์จรจัดที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ประเด็นที่น่าสนใจ (Insights)

  • ทัศนคติของคนที่มีต่อสัตว์อื่นๆ ที่อยู่ในเมืองว่าเป็นสิ่งก่อความรำคาญ สร้างความเดือดร้อน ทำให้เมืองสกปรก ทั้งๆ ที่มนุษย์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตสายพันธุ์เดียวที่มีสิทธิ์ได้อาศัยอยู่ในเมือง
  • การวางแผน และการออกแบบบ้าน และเมืองที่คำนึงถึงการอยู่อาศัยร่วมกับสัตว์อื่นๆ อย่างเป็นมิตร
  • สุนัขเพศเมีย 1 ตัวมีโอกาสคลอดลูกได้มากถึง 10 ตัวต่อปี ซึ่งถ้าไม่มีการทำหมัน ก็มีแนวโน้มว่าแต่ละปีจะมีสุนัขเพิ่มขึ้นอีก 3,400,000 ตัว แต่ผู้เลี้ยงจำนวนมากขาดความรู้ และความรับผิดชอบ รวมถึงมีความเชื่อผิดๆ ว่าการทำหมันเป็นการทำบาป จนสัตว์เลี้ยงมีมากเกินความต้องการ และความสามารถที่จะเลี้ยงไหว และนำไปสู่การปล่อยทิ้งเป็นสัตว์จรจัดในที่สุด

 

Case Study ที่น่าสนใจ

HK Neighbirdhood

เพราะบนเกาะฮ่องกง มีนกอาศัยอยู่มากถึง 530 สายพันธุ์ (คิดเป็น 20% ของสายพันธุ์ทั้งหมดในโลก) แต่คนฮ่องกงกลับรู้จักนกเฉลี่ยไม่ถึง 4 ชนิด คุณ Pamela Cheung นักออกแบบผู้หลงใหลการดูนก และศึกษานกสายพันธุ์ต่างๆ ด้วยตัวเอง จึงจัดกิจกรรมสนุกๆ ที่ชวนให้คนฮ่องกงปรับเปลี่ยนทัศนคติที่คนมีต่อสัตว์รอบข้าง ให้มีความตระหนักรู้ถึงคุณค่าและความสำคัญของธรรมชาติ เช่น กิจกรรม Art jam, ทัวร์ดูนกกลางเมืองฮ่องกง โดยใช้สื่ออาร์ตๆ ที่เธอออกแบบขึ้นเอง แล้วชวนให้คนฮ่องกงลองเปิดประสาทสัมผัสหูและตา ฟังเสียง และมองเห็นนกที่อยู่ในเมือง ซึ่งเป็นธรรมชาติใกล้ตัวที่คนมองข้าม

Animal Architecture

เว็บไซต์ที่เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับเหล่าสถาปนิกที่สนใจการออกแบบที่เชิญชวนให้สัตว์และมนุษย์อยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นสุข (Cohabitation) ด้วยการออกแบบบ้าน อาคาร และพื้นที่สาธารณะของเมืองที่เป็นมิตรกับสัตว์และคน โดยในปัจจุบันมีโปรเจกต์ออกแบบกว่า 200 โครงการจากทั่วโลกที่คิดมาเพื่อการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับสัตว์ต่างๆ เช่น การสร้างรังให้ค้างคาวในนิวยอร์ก การออกแบบรังนกบนอาคารในลอนดอน หรือสิ่งประดิษฐ์ที่ทำให้เราได้เข้าใจความเป็นสัตว์ต่างๆ เช่น เครื่องที่ทำให้เราได้มีการมองเห็นแบบมด หรือยีราฟ เป็นต้น

บ้านรักหมาศาลายา

โครงการโดยคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่จัดการกับปัญหาสุนัขจรจัด โดยให้ความสําคัญกับทั้งคน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้อยู่ร่วมกันได้ใต้คอนเซปท์ One Health และพัฒนาให้เป็นโครงการต้นแบบของการจัดการสุนัขจรจัดในชุมชนอย่างยั่งยืน บ้านรักหมาจะฝึกนิสัยสุนัขจรจัดทุกตัว ดูแลความสะอาด กำจัดเห็บหมัด และดูแลสุขอนามัยให้แข็งแรงปลอดโรค ตรวจเลือด ฉีดวัคซีน ทำหมัน ฝึกนิสัยและทักษะต่างๆ แล้วจึงประกาศหาผู้รับเลี้ยงที่เหมาะสมกับสัตว์เลี้ยงเหล่านั้นต่อไป ซึ่งประชาชนคนรักสัตว์ทั่วไปก็สามารถมีส่วนร่วมได้โดยเข้ามาเป็นอาสาจูงสุนัขออกกำลังกาย และให้อาหารสุนัขได้อีกด้วย

ที่มาข้อมูล และ Link อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องและน่าสนใจ


สนใจเกี่ยวกับประเด็นนี้ อยากลุกขึ้นมาหาไอเดียเพื่อลงมือแก้ไข พร้อมรับเงินทุนสนับสนุนโครงการ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ iCARE awards 2016 : เสกไอเดียเปลี่ยนโลก

Hashtags: 
animal welfare, animals in the city