knowledge

วางแผนโครงการอย่างไรให้ยั่งยืน: How to Ensure Sustainability?

6 สิงหาคม 2016


ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยเพื่อการวางนโยบาย พัฒนาธุรกิจ หรือเพื่อภาคสังคม คำว่า ‘ความยั่งยืน’ เป็นคำที่ได้รับการให้ความสำคัญอย่างมากในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา จนเหมือนกับว่า ความยั่งยืนนั้นเป็นส่วนประกอบหนึ่งของความสำเร็จไปแล้ว

คำว่า ‘ความยั่งยืน’ หรือ Sustainability ในภาษาอังกฤษ มีรากศัพท์จากภาษาละตินโบราณ คำว่า sus แปลว่า ขึ้น ส่วน tenere แปลว่า การถือ ทำให้คำๆ นี้มีความหมายถึงบางสิ่งบางอย่างที่ดำเนินติดต่อกันเป็นเวลานาน

ในมุมของผู้บริจาคและ NGO ถ้าโปรเจกต์ไหนแสดงให้เห็นถึงความยั่งยืนได้ ก็แสดงว่ากิจกรรมและผลลัพธ์ของโปรเจกต์นั้นๆ จะสามารถดำเนินต่อไปได้เรื่อยๆ ทำให้ผู้บริจาคเงินส่วนใหญ่มักจะบริจาคเงินให้กับโปรเจกต์ที่แสดงความยั่งยืนได้อย่างชัดเจนอยู่ในแผนโครงการตั้งแต่ต้น 

ในขณะเดียวกัน NGO ก็ต้องเผชิญกับความท้าทายในการหมุนเวียนเงินทุนเพื่อให้เพียงพอกับแผนงานทั้งหมดที่วางไว้ ซึ่งการยืดหลักความยั่งยืนในการดำเนินโครงการก็เป็นวิธีหนึ่งที่จะสามารถรับประกันผลลัพธ์ได้ในระยะยาว

​ทำความเข้าใจ ‘ความยั่งยืน’

หากในมุมของ NGO แล้ว ความยั่งยืน คือ ความสามารถในการทำงานและการสร้างประโยชน์อย่างต่อเนื่อง แม้เงินทุนที่ได้รับบริจาคมานั้นถูกใช้จนหมด หรือหมดสัญญาไป

ในฐานะ NGO ก่อนจะเขียนแผนความยั่งยืนให้องค์กรของตน เราควรพิจารณาประเภทของความยั่งยืนกันก่อน ได้แก่

  • ความยั่งยืนทางการเงิน (Financial Sustainability) : มีเงินหมุนเวียนมากพอที่จะสร้างรายได้ เพื่อเป็นเงินสนับสนุนงานที่ทำอยู่ และงานที่เหลือขององค์กร
  • ความยั่งยืนในองค์กร (Institutional/Organizational Sustainability): มีการทำงานและโครงการที่มุ่งไปในทิศทางเดียวกับจุดประสงค์หลักขององค์กร
  • ความยั่งยืนในแผนงาน (Programmatic Sustainability): มีการทำงานต่อเนื่อง แม้จะไม่มีเงินบริจาค

​จาก 0 ถึง 1

ก่อนที่เราจะเขียนแผนความยั่งยืน ทีมควรปรึกษากันเกี่ยวกับวิธีและกลไกการทำงานในปัจจุบัน ที่สามารถนำไปต่อยอดความยั่งยืนได้ พร้อมทั้งหารือกันตามหัวข้อ ดังนี้:

  • ตั้งภาพที่อยากเห็นในระยะยาว (Long term vision): ภาพระยะยาวมี 2 ส่วน คือ 

    1) ภาพขององค์กรเราในอีก 5 ปี และ 10 ปี ระบุ what กับ how ให้ได้ 

    2) ร่างแผนว่าเราจะทำอะไร อย่างไร ให้ไปถึงจุดหมายนั้น 

    โดยควรเตรียมข้อมูลตัวเลข และสถิติที่สำคัญๆ ไว้ ซึ่งทั้งหมดจะช่วยเราให้สามารถอธิบายภาพรวม แผนงาน วิธีการ และทรัพยากรที่ต้องใช้ กับผู้ให้การสนับสนุนได้อย่างมีระบบ

  • ใส่แนวทางความยั่งยืนลงไปในอณูโปรเจกต์: เป็นหนึ่งข้อที่ควรคำนึงถึงตั้งแต่โปรเจกต์ยังอยู่ในระยะแรกเริ่ม เพราะมันจะทำให้เรารู้ว่าเราจะต้องให้ความสำคัญกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มไหน จะขอความร่วมมือ และ พัฒนาสานต่อความสัมพันธ์อย่างไร และยังทำให้เราอุ่นใจว่ามีการสนับสนุนอื่นๆ อยู่ เมื่อถึงเวลาที่ทุนตั้งต้นหมดลง
  • วางกลยุทธ์การสื่อสาร: วางกลยุทธ์การสื่อสารให้แข็งแรงและกว้างไกล เพื่อกระจายข่าวสารและผลลัพธ์ออกไปสู่ผู้รับสารได้มากขึ้น ยิ่งสื่อสารได้ดีเท่าไหร่ เราก็มีโอกาสได้รับการสนับสนุนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และผู้ให้บริจาคได้มากเท่านั้น เราจะได้ไม่ต้องคอยลุ้นหาเงินบริจาคในนาทีสุดท้ายทุกครั้ง
  • ให้พื้นที่กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลัก: อีกวิธีที่จะช่วยให้องค์กรของเรามีความยั่งยืน คือ การให้พื้นที่กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนากิจกรรมและแผนงานต่างๆ เช่นการจัดเวิร์คช็อปให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากหลายสาขามารวมกันในงานเดียว จะช่วยให้เราดึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใหม่ๆ และคนนอกกลุ่มเป้าหมายที่สนใจมาร่วมงานได้มากขึ้น
  • ขยายแหล่งเงินทุนให้กว้างและหลากหลาย: อย่างที่ทราบกันดีว่าความยั่งยืนขององค์กรมีผลโดยตรงมาจากศักยภาพในการหาฐานผู้ให้การสนับสนุน และการพัฒนาความสัมพันธ์กับผู้ที่เห็นความพยายามของเรา อย่ายึดติดกับผู้ให้บริจาคเจ้าเก่า (traditional) แต่ให้ค้นหาโอกาสใหม่ๆ อยู่เสมอ
  • ทำรายการทรัพยากร (resources inventory): รวมรายละเอียดของทุกทรัพยากรไว้ในกระดาษแผ่นเดียว จะได้รู้ว่าเรามีอะไรอยู่บ้าง อะไรกำลังจะหมด จะจัดสรรอย่างไร สิ่งใดที่สามารถใช้ต่อได้ในอนาคต โดยไม่ต้องซื้อใหม่ เช่น กล้องถ่ายภาพ เครื่องอัดเสียง เฟอร์นิเจอร์สำหรับการเรียน
  • ทำลิสต์ฐานข้อมูลผู้ให้บริจาค: ระบุข้อมูลของผู้ให้บริจาคที่มีความสนใจและมีความเป็นไปได้ที่จะบริจาคทุนและทรัพยากรแก่เรา คอยบอกข่าวเกี่ยวกับงานของเราแก่พวกเขาเรื่อยๆ เขาจะได้รู้ว่ามีอะไรบ้างที่เขาทำได้

และเราจะแน่ใจได้อย่างไรว่าแผนของเรานั้น ‘ยั่งยืน’ จริงๆ ? คำถามต่อจากนี้จะช่วยให้เราร่างแผน ‘ความยั่งยืน’ ได้ง่ายขึ้น!


​เราจะรับประกันความยั่งยืนทางการเงิน (Financial Sustainability) ของเราอย่างไร ?

  • ยอดขาย : ผลผลิต (product) บางอย่างของเราสามารถเปลี่ยนเป็นรายได้ได้ 
  • ขยายฐานผู้ให้บริจาค (donors) : เงินทุนสามารถหาได้จากหลายแหล่ง ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจใหญ่ๆ สถาบันเล็กๆ หรือจะเป็นรายบุคคล ขอแค่เราหาเขาให้เจอและขอให้เป็น
  • เก็บค่าให้บริการ (service fee) : เมื่อเงินทุนของเราหมดไป เราสามารถเก็บค่าบริการจากผู้ได้รับผลประโยชน์ได้ตามความเหมาะสม เพราะถ้าพวกเขาเห็นคุณค่าของโปรเจกต์เรา ยังไงเขาก็ยอมจ่าย
  • เก็บค่าสมาชิก (membership fees) : เราอาจสร้างระบบสมาชิก และเก็บเงินค่าสมาชิกรายปีได้
  • เรี่ยไรทางอินเตอร์เน็ต (online fundraising) : การจัดแคมเปญ PR ดีๆ เพื่อเรี่ยไรเงินบนโลกออนไลน์เป็นวิธีที่เราจะเข้าถึงคนได้มากขึ้น และสะดวกขึ้น 
  • การบริจาคในรูปแบบของสิ่งของ (In Kind donations) : อย่ามัวแต่มองหาเงินบริจาคจนลืมไปว่ายังมีการบริจาครูปแบบอื่นๆ ที่สามารถช่วยเราได้ เช่น สิ่งของ

​วิธีใหม่ที่จะทำให้เกิดความยั่งยืนในองค์กร (Institutional/Organizational Sustainability)’ คืออะไร ?

  • มองหาโอกาสใหม่ๆ : อย่ายึดติดกับแผนการที่เคยตั้งไว้มากเสียจนปิดกั้นโอกาสใหม่ๆ ที่เข้ามา แม้เราอาจจะต้องจัดความสำคัญของสิ่งต่างๆ เสียใหม่ แต่การมีพาร์ทเนอร์ใหม่ๆ นอกจากจะทำให้เราก้าวไปข้างหน้าอีกขั้น แต่จะทำให้แนวทางของโครงการเราชัดขึ้นอีกด้วย
  • สร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ : เราไม่มีทางรู้เลยว่าพันธมิตรที่เรามีอยู่วันนี้จะจากเราไปเมื่อไหร่ หรือโอกาสใหม่ๆ ที่จะทำให้เราก้าวหน้าจะมากับใคร ดังนั้นเราควรเปิดรับ partner ใหม่ๆ อยู่เสมอ
  • คอยพัฒนาความสัมพันธ์ที่มีอยู่แล้ว: ในขณะที่เราให้ความสำคัญกับการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ ก็อย่าลืมให้ความสำคัญกับผู้ให้การสนับสนุนเดิม ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกลุ่มเก่า และผู้ได้รับผลประโยชน์จากโปรเจกต์กลุ่มเดิมด้วย
  • พัฒนาแผนการสื่อสาร : หาวิธีเล่าความสำเร็จของเราให้สาธารณะได้รับรู้ มีการอัพเดทอย่างต่อเนื่องตามช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย จดหมายข่าว และอีเมล์
  • ความช่วยเหลือจากอาสาสมัคร : ไม่ว่าจะเป็นแรงงาน หรือแรงเงิน อาสาสมัครก็เป็นอีกหนึ่งทางที่จะทำให้องค์กรของเรายั่งยืนและไปต่อได้

​เราจะทำให้เกิดความยั่งยืนในแผนงาน (Programmatic Sustainability) ของเราอย่างไร ?

  • ได้รับความร่วมมือจากชุมชน : ชุมชนมีความสำคัญต่อการสร้างผลกระทบให้ยั่งยืน ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร เราควรมีพื้นที่ให้คนในชุมชนได้มีส่วนร่วมในการทำโปรเจกต์ เพราะเขาจะรู้สึกมีส่วนได้ส่วนเสีย มีความเป็นเจ้าของของโปรเจกต์นั้นๆ ทั้งนี้หากพวกเขาได้เรียนรู้จากการทำโปรเจกต์พัฒนาทักษะและความรู้ เกิดเป็นความ ‘อิน’ กับมันแล้วนั้น การต่อยอดให้เกิดโปรเจกต์ลูกหลานตามมาก็ไม่ใช่เรื่องยาก
  • ร่วมงานกับกลุ่มต่างๆ ในพื้นที่ : กลุ่มภาคประชาชนในท้องถิ่นต่างๆ มีบทบาทมากที่จะสามารถรักษาเป้าหมายของแผนงานเรา ลองสังเกตดู เราจะเห็นว่ามีกลุ่มท้องถิ่นมากมายที่เราสามารถชวนให้เข้ามามีส่วนในการวางแผนและขับเคลื่อนโครงการเราได้ แถมยังทำให้โครงการมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย
  • ชักชวนให้เกิดการสนับสนุนของชุมชน : พยายามพูดจูงใจให้คนหมู่มากมีส่วนรับรู้ถึงการทำงานและผลประโยชน์ของมัน พร้อมทั้งขอรับการสนับสนุนการจัดตั้งนโยบาย จะเป็นการเพิ่มความยั่งยืนให้กับองค์กรของเรา
  • ให้ภาครัฐเข้ามามีส่วนร่วม : การเข้ามามีส่วนร่วมของภาครัฐและตัวแทนของรัฐไม่ได้จะเพิ่มความยั่งยืนให้แก่องค์กรเราเท่านั้น แต่ยังเพิ่มโอกาสดีๆ ที่เราจะได้รับการสนับสนุนเงินและทรัพยากร อีกทั้งยังสามารถยืดระยะเวลาในการทำโครงการให้นานกว่าที่เราวางด้วย

ที่มาของข้อมูล: How to ensure sustainability?

เป้าหมายอื่นๆ (ระบุ):
social enterprise
id old content:
485
0

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below