knowledge

การออกแบบหลักสูตรพัฒนานักสร้างการเปลี่ยนแปลง

26 กุมภาพันธ์ 2020


,
,

ปัจจุบัน มีอาชีพใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น youtuber นักวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งหากย้อนดูเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ก็คงไม่มีใครคาดคิดว่าจะมีอาชีพให้ๆ เหล่านี้เกิดขึ้น เช่นเดียวกับในอนาคตของเรา บริษัทเดล รายงานว่า 85% ของอาชีพที่มีในปี 2030 จะเป็นอาชีพใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ยิ่งไปกว่านั้น The Economist ยังได้นำเสนออีกว่าใน 10-20 ปี ข้างหน้านี้ 47% ของงานในอนาคตอาจจะดำเนินการโดยเครื่องจักร ระบบอัตโนมัติหรือหุ่นยนต์ ดังนั้น การศึกษาตามหลักสูตรมาตรฐานอาจจะไม่สามารถตอบโจทย์ในอนาคตได้แล้ว แล้วเราจะสร้างหลักสูตรให้สามารถสร้างคนที่จะรับมือกับอนาคตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและไม่แน่นอนได้อย่างไร คงเป็นคำถามที่สำคัญที่เราไม่อาจละเลยไปได้

สถาบันการศึกษาหลายแหล่ง มองเห็นปัญหาดังกล่าว และพยายามปรับตัวโดยการออกแบบหลักสูตรที่จะสร้างคนที่พร้อมรับมือกับอนาคตที่อาจจะไม่สวยงาม และเต็มไปด้วยปัญหาซับซ้อนมากขึ้น และหลักสูตรสำหรับการสร้างนักสร้างการเปลี่ยนแปลงหรือ changemaker curriculum ก็เป็นหนึ่งในหลักสูตรที่ถูกจับตามองและถูกนำมาปรับใช้กับหลายๆ สถาบันการศึกษา เนื่องจากแนวคิดของหลักสูตรที่ถูกออกแบบมาเพื่อมุ่งเน้นการสร้างนักสร้างการเปลี่ยนแปลงซึ่งก็คือใครก็ได้ที่เมื่อเห็นปัญหาแล้วไม่อยู่นิ่ง แต่มีความตั้งใจ และลุกขึ้นมาทำบางอย่างเพื่อแก้ปัญหานั้นอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งลักษณะเช่นนี้อาจจะเป็นลักษณะของคนในอนาคตที่เราต้องการ

การออกแบบหลักสูตรสำหรับการสร้างนักสร้างการเปลี่ยนแปลงนั้น ก็ไม่ต่างจากการออกแบบหลักสูตรทั่วๆ ไป คือเริ่มจากการกำหนดปรัชญาของหลักสูตร ซึ่งเปรียบเสมือนจุดตั้งต้นทั้งหมด เป็นการสร้างกรอบของกระบวนการการศึกษา และเป็นตัวช่วยกำหนดเป้าหมายของการสอน วิธีการสอน การออกแบบการสอนและกิจกรรม จนไปถึงการประเมิน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดผลสัมฤทธิ์ตามปรัชญาที่วางไว้ (ตามแผนภาพ)

ปรัชญาของหลักสูตร  มีด้วยกันหลายรูปแบบและหลายนิยาม ซึ่งแต่ละแบบก็มีเป้าหมายต่างกัน รวมถึงสะท้อนถึงความเชื่อ กรอบความคิดที่ต่างกันทั้งในเรื่องการออกแบบและองค์ประกอบการออกแบบ ส่งผลไปถึงแนวปฏิบัติที่ต่างกันด้วย  ในบทความนี้จะขอยกตัวอย่างของรูปแบบปรัชญาการศึกษาตามแนวคิดของ Allan C. Ornstein ซึ่งแบ่งปรัชญาทางการศึกษาไว้  4 ปรัชญาหลักๆ ได้แก่ Perennialism, Essentialism, Progressivism และ Recontructionism โดยแต่ละปรัชญามีแนวคิด วัตถุประสงค์ เป้าหมายและบทบาทผู้สอนแตกต่างกัน ดังนี้

ปรัชญาPerennialismEssentialism
Progressivism  
Recontructionism  
วัตถุประสงค์การสอนมุ่งให้เกิดความฉลาดทางปัญญา ความมีเหตุมีผลมุ่งให้เกิดการพัฒนาความฉลาดทางปัญญา และการสร้างสมรรถนะที่เฉพาะของแต่ละบุคคลมุ่งสนับสนุนให้เกิดประชาธิปไตย ในการอยู่ร่วมกันในสังคมมุ่งให้เกิดการพัฒนาหรือปรับเปลี่ยนสังคม  เป็นการศึกษาเพื่อกากรเปลี่ยนแปลง
เป้าหมายด้านความรู้เน้นศึกษาหลักการ ทฤษฎี ข้อเท็จจริงทั้งทางประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์เน้นทักษะสำคัญและหัวข้อที่สำคัญเน้นการพัฒนากระบวนการเรียนรู้เน้นสร้างทักษะและความรู้ที่จะช่วยแก้ปัญหาชุมชนได้
บทบาทของผู้สอนสอนให้คิดอย่างมีเหตุมีผล อาจใช้วิธีโสเครติส หรือการสอนแบบบรรยายผู้สอนมีความเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง แต่ยังเน้นการสอนแบบเดิมเป็นผู้แนะนำการแก้ปัญหาและการสืบเสาะทางวิทยาศาสตร์เป็นคนช่วยเหลือผู้เรียนให้สามารถทำโครงการได้
โฟกัสของหลักสูตรวิชาพื้นฐาน การวิเคราะห์ทางภาษาทักษะสำคัญและวิชาพื้นฐาน เช่น อังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ขึ้นกับความสนใจของผู้เรียน กิจกรรมบูรณาการศาสตร์เน้นวิทยาศาสตร์สังคม ระเบียนวิธีการวิจัย การวิเคราะห์ปัญหา และทิศทางด้านต่างๆ ในโลกอนาคต

เมื่อ ปรัชญาของหลักสูตรถูกกำหนดแล้ว ก็จะมาวางกรอบแนวคิดที่สอดคล้องกับปรัชญาที่ตั้งไว้ ตามแนวคิดของ Elliot Eisner และ Elizabeth Vallance อาจารย์และนักการศึกษาด้านทฤษฎีหลักสูตร ได้แบ่งกรอบความคิดของหลักสูตรออกเป็น 5 แนวคิด ดังนี้

  1. Academic Rationalism: เป็นกรอบแนวคิดที่เก่าแก่ที่สุดในการออกแบบหลักสูตร เน้นเนื้อหา ทฤษฎี และความฉลาดทางปัญญา ต้องการให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในหลักการและทฤษฎีต่างๆ  ดังนั้น รูปแบบหรือกิจกรรมการสอนส่วนใหญ่ก็คือการสอนผู้เรียนทุกคนแบบเดียวกัน คล้ายกับการออกแบบสูตรสำเร็จให้กับทุกคน ผู้เรียนต้องเดินตามเส้นทางนี้และออกมาสำเร็จในแบบเดียวกัน หรือที่เรียกว่า “One size fits all” คือการสอนเพื่อให้ทุกคนกลายเป็นผู้รู้ในเรื่องเดียวกัน เน้นการสอนด้วยวิธีการบรรยายหรือการอ่าน รวมถึงมีความเชื่อด้วยว่าการสอนด้วยการปฏิบัติหรือการทำกิจกรรมอาจทำให้ผู้เรียนได้รับความรู้ในเรื่องนั้นๆ น้อยลง และเป็นการเสียเวลาการทำให้ผู้เรียนเกิดความชำนาญหรือเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ส่งผลให้บทบาทของผู้สอน คือ คนที่คอยช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจเนื้อหาอย่างลึกซึ้งด้วยการสอนแบบบรรยาย
  2. Cognitive Process: เป็นกรอบแนวคิดที่เน้นเรื่องกระบวนการเรียนรู้ ผู้สอนจะมีบทบาทในการสร้างกระบวนการเรียนรู้หรือสร้างสภาวะแวดล้อมที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้หรือแก้ปัญหาเองได้ รวมถึงสามารถตั้งคำถามและคิดวิเคราะห์เองได้
  3. Social Reconstruction: เป็นกรอบแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับปัญหาชุมชน โดยมีเป้าหมายคือการทำให้ผู้เรียนได้นึกถึงส่วนรวมมากกว่าแค่ตัวเอง เช่น การมองเห็นปัญหาในชุมชนของตนเอง และพยายามช่วยแก้ไขปัญหาที่มีในชุมชน บทบาทของผู้สอนคือการสร้างสภาวะที่เปิดและปลอดภัยที่จะกระตุ้นให้ผู้เรียนตั้งคำถาม คิดวิเคราะห์และสะท้อนการเรียนรู้ ซึ่งกรอบแนวคิดนี้จะช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจชุมชนได้ดีขึ้น และเกิดความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชนหรือสังคม
  4. Self-actualization หรือ Humanistic : เป็นกรอบแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับความต้องการของผู้เรียน เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง กระบวนการเรียนรู้ควรถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เรียนแต่ละคน การออกแบบหลักสูตรจึงมักมีทางเลือกให้ผู้เรียนเลือกได้ และบทบาทของผู้สอนคือการสร้างประสบการณ์และโอกาสให้นักเรียนได้พัฒนาตนเองในแบบที่ต้องการ
  5. Technology : เป็นกรอบแนวคิดที่เน้นกระบวนการการวางแผนหลักสูตรอย่างเป็นระบบ เช่น การพัฒนาเทคโนโลยีการสอน ดังนั้น บทบาทของผู้สอนคือผู้ตั้งเป้าหมายหรือจุดประสงค์การเรียนรู้ และพัฒนาระบบหรือเทคโนโลยีมาใช้เพื่อทำให้สำเร็จ

จากปรัชญาและกรอบแนวคิดที่กล่าวมาข้างต้น หากจะนำมาออกแบบหลักสูตรพัฒนานักสร้างการเปลี่ยนแปลง ก็จะต้องเลือกปรัชญาและกรอบแนวคิดที่สอดคล้องกับเป้าหมายนั้น ซึ่งก็คือ ปรัชญาแบบ recontructionism และกรอบแนวคิดแบบ social reconstruction โดยเน้นแนวคิดที่ต้องการสร้างให้ผู้เรียนเรียนรู้ร่วมกับชุมชนเพื่อให้สามารถมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาชุมชน สร้างการเปลี่ยนแปลงบางอย่างให้กับสังคม และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งในชุมชนด้วย

มาถึงขั้นตอนการออกแบบวิธีการสร้างการเรียนรู้ ผู้ออกแบบหลักสูตรควรเริ่มจากการถามตนเองก่อนว่า ลักษณะที่ต้องการสร้างให้เกิดกับผู้เรียนคืออะไรบ้าง การถามคำถามนี้จะช่วยให้ผู้ออกแบบเห็นภาพเป้าหมายของลักษณะที่อย่างพัฒนาในตัวผู้เรียน ซึ่งในปัจจุบัน อาจารย์ นักวิชาการ อาจจะได้ยินแนวทางการจัดการศึกษาในลักษณะเน้นผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ หรือ Outcome-based education กันบ่อยครั้ง สำหรับหลักสูตรการพัฒนานักสร้างการเปลี่ยนแปลง มุ่งเน้นให้เกิดคุณลักษณะที่สำคัญในผู้เรียน คือ

  1. การเข้าใจ ความสามารถในการเข้าใจ สามารถรับรู้และตอบสนองต่ออารมณ์ของผู้อื่น
  2. การทำงานเป็นทีม ความสามารถในการทำงานเป็นกลุ่ม โดยสามารถนำไอเดียของทุกคนมารวมอยู่ในงานได้
  3. ความเป็นผู้นำ ความสามารถในการรับผิดชอบและกระตุ้นให้ผู้อื่นร่วมทำด้วยได้
  4. การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ความสามารถในการเอาชนะปัญหาโดยการวางแผนที่ชัดเจนและมีผลลัพธ์ที่วัดผลได้

ที่มา: Menon, S., Das, M., Menon, M., Ravindran, N. (n.d.) Assessing Changemaker Skills in Students: A Road Map for Schools. Retrieved from https://www.ashoka.org/en-CA/file/toolkit-assessing-changemaker-skills

ลักษณะเหล่านี้เป็นลักษณะสำคัญที่หลายหลักสูตรและสถาบันการศึกษามองว่าจะทำให้ผู้เรียนสามารถทำงานร่วมกับทีมเพื่อช่วยแก้ปัญหาสังคมที่มีความซับซ้อนได้ และสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในโลกอนาคตที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้

นอกจากคุณลักษณะต้องต้องการอยากให้เกิดในผู้เรียนแล้ว ผู้ออกแบบหลักสูตรยังต้องตัดสินใจเลือกว่าการออกแบบนั้นจะเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง โดยผู้เรียนสามารถเลือกหัวข้อการเรียนรู้และจัดการเป้าหมายของเรียนรู้เองเพื่อให้ตอบโจทย์ของผู้เรียนมากที่สุด  หรือจะออกแบบโดยเน้นปัญหาเป็นศูนย์กลาง ซึ่งปัญหาหรือหัวเรื่องจะถูกกำหนดมาก่อนหน้าแล้วจากผู้ออกแบบหลักสูตรหรือจากชุมชน การออกแบบที่เน้นปัญหาเป็นศูนย์กลางนี้ถูกเลือกมาใช้เยอะสำหรับหลักสูตรเพื่อการพัฒนานักสร้างการเปลี่ยนแปลง

ในขั้นตอนการออกแบบวิธีการนี้ ผู้ออกแบบจะต้องคำนึงถึงการใส่องค์ประกอบที่จะช่วยสร้างความเป็นนักสร้างการเปลี่ยนแปลงในแต่ละขั้นตอนของการออกแบบ นับตั้งแต่การวางแผน การสอน และการประเมิน

การวางแผน

ควรวางแผนให้การเรียนรู้ในชั้นเรียนควรมีการยกตัวอย่างการใช้งานจริง เน้นไปที่การพัฒนาคุณลักษณะและความคิดที่จะกระตุ้นให้เกิดความคิดลำดับที่สูงขึ้น ได้แก่ การคิดวิเคราะห์ และการแก้ปัญหา มากไปกว่าเพียงแค่การส่งผ่านข้อมูลหรือความรู้ เช่น การจำ เป็นต้น

การสอน

การเรียนรู้เป็นกระบวนการทางสังคม ต้องสร้างให้เกิดโอกาสในการเข้าถึงชุมชนเพื่อทำให้เกิดแรงจูงใจส่วนบุคคลในการช่วยแก้ปัญหา ผู้เรียนจะต้องได้ฝึกการคิดเชิงวิพากษ์ การแก้ปัญหาและการเชื่อมโยงสิ่งที่ได้เรียนรู้กับสถานการณ์จริง

การประเมิน

เน้นการประเมินระหว่างทาง เพื่อให้เห็นความก้าวหน้าในการพัฒนาของผู้เรียน การประเมินควรออกแบบประเมินที่มีความหมายต่อผู้เรียน กล่าวคือ เป็นการประเมินที่ผู้ถูกประเมินเองก็เห็นความสำคัญ และเป็นการประเมินที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้เรียนพัฒนาความคิดลำดับที่สูงขึ้นได้ด้วย ดังนั้นการสื่อสารให้ผู้เรียนเข้าใจวิธีการการประเมิน เกณฑ์การประเมินจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ

การพัฒนานักสร้างการเปลี่ยนแปลง อาจจะทำได้โดยการออกแบบหลักสูตรใหม่ หรืออาจจะปรับหลักสูตรเดิมให้มีความเป็น changemaking มากขึ้นก็ได้ โดยจะขอยกตัวอย่างแนวทางการในการออกแบบหรือปรับหลักสูตรใดๆ ให้มีความเป็นนักสร้างการเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้น ดังนี้

ขั้นตอนการวางแผน

  • การวางแผนควรจะนำผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเฉพาะชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อให้ได้มุมมองที่หลากหลาย
  • ความหลากหลายของความเห็นจะช่วยนำไปสู่กรอบของผลสัมฤทธิ์หรือภาพของเป้าหมายของผู้เรียนที่อยากพัฒนาได้ชัดเจนขึ้น
  • การออกแบบผลสัมฤทธิ์หรือเป้าหมายในการเรียนรู้จะทำให้การออกแบบการเรียนรู้ของผู้เรียนชัดเจนขึ้น และทำให้เห็นว่าการเรียนรู้อะไรที่จำเป็นสำหรับผู้เรียนบ้าง
  • การรับฟังเสียงของผู้เรียนก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อนำมาปรับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  ซึ่งการนำผู้เรียนเข้ามามีส่วนร่วมด้วยจะช่วยเพื่อความเข้าใจในเส้นทางการเรียนให้กับผู้เรียนและสามารถสะท้อนการเติบโตได้ง่ายขึ้นด้วย

การสอนและการจัดกิจกรรม

  • ผู้เรียนควรจะได้เรียนรู้ร่วมกันผ่านการทำงานเป็นทีม เพื่อสร้างความสัมพันธ์ ความเป็นผู้นำ และทักษะ soft skill ที่สำคัญอื่นๆ
  • เปลี่ยนการป้อนเนื้อหาวิชาการให้เป็นรูปแบบของคำถามสำหรับการสืบเสาะหรือการสืบค้นข้อมูล เพื่อให้ผู้เรียนได้ลองศึกษาด้วยตนเอง คิดวิเคราะห์และนำเสนอวิธีการแก้ปัญหา
  • เพิ่มโอกาสให้ผู้เรียนได้ทำงานบริการสังคม โดยอาจออกแบบให้ผนวกในการเรียนการสอนเลยเพื่อช่วยทำให้ผู้เรียนเข้าใจสังคมมากขึ้น สอนความรับผิดชอบต่อสังคม และทำให้ชุมชนเข้มแข็งขึ้นด้วย นอกจากกิจกรรมการเรียนรู้แล้ว ยังเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมากที่ทุการเรียนรู้จะต้องมีการสะท้อนคิด (Reflection) เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสะท้อนการเรียนรู้ของตนเอง ซึ่งจะช่วยสร้างให้ประสบการณ์การเรียนรู้เข้มข้นขึ้น

การวัดผลและประเมินผล

การวัดผลและการประเมินประกอบด้วย 6 ขั้นตอน

ขั้นที่ 1 : พัฒนาเครื่องมือ นำเครื่องมือประเมินอันไหนมาปรับใช้หรือปรับจากอันเดิม ขึ้นกับความต้องการของนักเรียน

ขั้นที่ 2 : ทำความเข้าใจกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งผู้สอน ผู้เรียน ผู้ปกครองและภาคส่วนอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ถึงเครื่องมือที่ถูกนำมาประเมิน พูดคุย เพื่อขอความเห็นและนำมาปรับ

ขั้นที่ 3 : ตั้งเป้าหมาย กำหนดเป้าหมายที่สอดคล้องกับทักษะของนักสร้างการเปลี่ยนแปลง

ขั้นที่ 4 : ออกแบบกิจกรรม กำหนดหัวข้อการทำงานร่วมกับคนอื่น อาจจะเป็นโปรเจคในห้องหรือนอกห้องเรียนก็ได้ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนได้พัฒนาทักษะเหล่านี้ มอบหมายงาน

ขั้นที่ 5 : ประเมินพัฒนาการ ประเมินการพัฒนาความเป็นนักสร้างการเปลี่ยนแปลงของผู้เรียน

ขั้นที่ 6 : ให้คะแนน หารือคะแนนที่จะให้ผู้เรียน ซึ่งคะแนนในครั้งนี้จะเป็นพื้นฐานของการประเมินในครั้งหน้าเพื่อแสดงถึงพัฒนาการ

การดำเนินการวัดผลและประเมินจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถเห็นจุดที่ผู้เรียนยังมีข้อบกพร่อง และสามารถพัฒนาได้ตรงจุด รวมถึงช่วยสร้างความเชื่อมั่นและมั่นใจในจุแข็งที่ตนเองมี นอกจากนี้ ยังช่วยทำให้ผู้เรียนเห็นพัฒนาการของตนเอง

จากแนวคิดและหลักการในการออกแบบที่นำเสนอมาแล้วนั้น อยากจะยกตัวอย่างโรงเรียนหรือหลักสูตรที่มุ่งเน้นการพัฒนานักสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เห็นว่าเค้ามีการจัดการเรียนการสอนอย่างไร

ตัวอย่างของหลักสูตร การเรียนการสอนหรือกิจกรรมที่ช่วยพัฒนาการเป็นนักสร้างการเปลี่ยนแปลง

หลายๆ โรงเรียนและสถาบันการศึกษาได้มีการปรับหลักสูตรตนเองให้สามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะความเป็นนักสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ โดยอาจจะเริ่มจากการให้ผู้เรียนทำโครงงานเล็กๆ ในชั้นเรียนที่มุ่งเน้นแก้ไขปัญหาหรือสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน ตัวอย่างเช่น

TVS Academy เมืองโฮซุร์ (Hosur) ประเทศอินเดีย (เวปไซต์ http://tvsacademyhosur.com/)

con1.jpg
ที่มา http://tvsacademyhosur.com/

เป็นโรงเรียนเอกชน สำหรับเด็กจากครอบครัวรายได้ปานกลาง โรงเรียนมุ่งเน้นการเรียนรู้ร่วมกันของนักเรียน จึงมักมีกิจกรรมกลุ่มให้นักเรียนได้ทำโครงงานเพื่อช่วยเหลือสังคม ตัวอย่างนึงคือนักเรียนจากโรงเรียนสามารถสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับการจัดการขยะด้วยโครงการรีไซเคิลขยะในชุมชน โดยการเริ่มเก็บขวดจำนวนหลายพันขวดแล้วนำมาทำเป็นเก้าอี้นั่งสำหรับใช้ในห้องโถงซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ของโรงเรียน ซึ่งการทำกิจกรรมนี้ทำให้นักเรียนรู้สึกภูมิใจและรู้สึกถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการทำเพื่อผู้อื่น

โรงเรียน Avasara Academy เมืองปูเน่ (Pune) ประเทศอินเดีย (เวปไซต์ http://www.avasara.in/home)

เป็นโรงเรียนเอกชน สำหรับเด็กหญิงที่มีศักยภาพสูงแต่มาจากครอบครัวรายได้ต่ำ อยู่ชานเมืองของเมืองปูเน่ซึ่งเป็นบริเวณที่ถูกพัฒนาให้เป็น Knowledge City สถาบัน Avasara Academy พยายามพัฒนาตนเองให้เป็นผู้นำทางการศึกษาและการพัฒนาโดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิงวัยรุ่นในอินเดีย นอกจากนี้สถาบันยังกำหนดพันธกิจหลักคือ การส่งเสริมและพัฒนาเด็กผู้หญิงให้สามารถใช้ชีวิตที่แตกต่างและสร้าง impact ได้

Anuradha นักเรียนคนหนึ่งของโรงเรียน จากเริ่มทำงานประดิษฐ์ เช่น ดอกไม้กระดาษ เป็นต้น และนำไปขายเพื่อช่วยหารายได้ให้กับครอบครัวของเธอ หลังจากนั้น เธอก็เริ่มสอนเพื่อนเธอทำงานประดิษฐ์เพื่อนำไปขายเช่นเดียวกัน เธอและเพื่อนๆ ช่วยกันงานงานประดิษฐ์ ทั้ง ตุ้มหู การ์ดวันเกิด พวงกุญแจและอีกมากมายและนำไปออกงานต่างๆ และทำให้พวกเธอสามารถช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในครอบครัวของเธอเอง Anuradha เป็นตัวอย่างที่ดีที่สะท้อนให้เห็นว่าการสร้างสิ่งแวดล้อมที่ช่วยส่งเสริมการสร้างการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งสำคัญซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้ผู้เรียนขยายผลการสร้างประโยชน์ไปสู่ชุมชนที่กว้างขึ้นได้

ตัวอย่างงานฝีมือที่กลุ่มนักเรียนที่ทำออกจำหน่ายตามงานต่างๆ
ที่มา https://www.ashoka.org/en-CA/file/toolkit-assessing-changemaker-skills

วิทยาลัย Georgian ประเทศแคนาดา (เวปไซต์ https://www.georgiancollege.ca/)

วิทยาลัย Georgian เป็นวิทยาลัยที่นำหลักสูตรการพัฒนานักสร้างการเปลี่ยนแปลงของ Ashoka มาใช้ โดยเน้นการสอนแบบการทำโครงงาน (Project-based learning) โดยผู้เรียนจะได้เดินทางไปประเทศต่างๆ เพื่อทำ community service หรืองานบริการสังคม เพื่อได้สังเกตและเข้าใจปัญหาจริงๆ ในประเทศที่ไปทำงานบริการสังคม นอกจากนี้กิจกรรมบริการสังคมนี้ยังช่วยสร้างทักษะสำหรับนักสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับผู้เรียน คือการคิดถึงส่วนรวม หรือบริบทที่มากกว่าตนเอง โดยกิจกรรมจะถูกออกแบบให้ไม่เพียงแต่มีการทำกิจกรรมเพียงอย่างเดียว แต่จะมีการกำหนดข้อปฏิบัติและออกแบบการสะท้อนคิดการเรียนรู้ด้วยเพื่อทำให้ผู้เรียนเกิดประสบการณ์การเรียนรู้ระหว่างทำกิจกรรม รวมถึงสอนความรับผิดชอบต่อการเป็นพลเมืองที่ดี และสร้างความเข้มแข็งให้กับสังคม ซึ่งเมื่อผู้เรียนเข้าใจปัญหาจากการไปสัมผัสในบริบทและพื้นที่จริงแล้ว ผู้เรียนจะต้องช่วยกันสร้างนวัตกรรมสังคม (social innovation) เพื่อช่วยแก้ปัญหาในประเทศต่างๆ

Image of learning through community service learning
หลักการเรียนรู้ผ่านการทำงานบริการสังคมของวิทยาลัย Georgian
Two students stand beside a display they created of their changemaking project
การนำเสนอผลงานนวัตกรรมทางสังคมของนักเรียนจากวิทยาลัย Georgian

นอกจากการเรียนผ่านงานบริการสังคมแล้ว วิทยาลัย Georgian ยังเปิดรายวิชาศึกษาทั่วไปต่างๆ ที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเข้าใจปัญหาสังคมมากถึง รวมถึงมีทักษะของการเป็นผู้ประกอบการทางสังคม (Social Entrepreneurship skills) ด้วย ตัวอย่างของรายวิชาศึกษาทั่วไปที่เปิดสอนในหลักสูตร

  • GNED1000 – Environmental Concerns
  • GNED1002 – The Social Impact of Technology
  • GNED1010 – Ojibway Language and Culture 1
  • GNED1011 – Developing Leadership
  • GNED1030 – Same-Sex Issues
  • GNED1041 – Ethics and Issues
  • GNED1043 – Exploring Culture
  • GNED1056 – Entrepreneurial Explorations
  • GNED1071 – Indigenous Peoples of Canada
  • GNED1073 – Inventions That Changed/World
  • GNED1074 – Social Change/Entrepreneurship
  • GNED2032 – Human Rights
  • GNED2057 – Contemporary Social Issues
  • GNED2070 – Globalization
  • GNED2071 – Nonprofits in Action
  • GNED2072 – Ecological Citizenship

จากการรีวิวหลายๆ หลักสูตรพบว่า สิ่งนึงที่สำคัญที่ทำให้หลักสูตรสามารถไปถึงเป้าหมายคือการพัฒนานักสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ แต่หลักสูตรเองมักไม่ได้กล่าวถึงก็คือ mindset ของบุคลากร กล่าวคือ อาจารย์หรือผู้สอนก็ควรมีคุณลักษณะของความเป็นนักสร้างการเปลี่ยนแปลงในตัวเองด้วยเช่นกัน เช่น การมีจิตเปิดกว้าง เข้าใจนักเรียน  และอยากจะสร้างประสบการณ์ที่มีความหมายให้กับนักเรียน เพื่อที่นักเรียนจะเปลี่ยนแปลงตนเองไปทำประโยชน์เพื่อสังคมได้ เป็นต้น

“ฉันไม่ได้คิดแต่เพียงว่าฉันจะสอนนักเรียนในภาคการศึกษานี้ยังไง แต่ฉันพยายามจะเปลี่ยนให้มันเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายในการก้าวเดินในชีวิตของนักเรียนที่จะนำไปสู่การใช้ชีวิตที่มีเป้าหมายและมีส่วนร่วมในการสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อสังคมได้”

– จากบทสัมภาษณ์ของ Rebecca Ricco, อาจารย์จาก Northeastern University

เอกสารอ้างอิง

  • Georgian College (2019) Community Service Learning. Center for Teaching and Learning. Retrieved from    https://www.georgiancollege.ca/ctlae/teaching-and-learning/teaching-methods/community-service-learning/
  • Menon, S., Das, M., Menon, M., Ravindran, N. (n.d.) Assessing Changemaker Skills in Students: A Road Map for Schools. Retrieved from https://www.ashoka.org/en-CA/file/toolkit-assessing-changemaker-skills
  • Ornstein, A. C. (1990/1991). Philosophy as a basis for curriculum decision. The High School Journal, 74, 102-109.
  • Eisner, E. W., & Vance, E. (1974). Five conceptions of curriculum: Their roots and implications for curriculum planning. In E. W. Eisner & E. Vance (Eds.) Conflicting conceptions of curriculum (pp. 1-14). Berkeley, CA: McCutchan Publishing Company.


ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below