knowledge

เครื่องมือการสร้าง Empathy ในโรงเรียน (1)

15 เมษายน 2020


,

ท่ามกลางปัญหาสังคมที่เกิดขึ้นอยู่ทั่วโลก เราเห็นผู้คนมากมายที่กล้าลุกขึ้นมาลงมือแก้ปัญหาและสร้างความเปลี่ยนแปลง พวกเขามีทั้งความเป็นผู้นำ เป็นนักแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์   สามารถทำงานเป็นทีมเวิร์กที่ดีได้ และสิ่งหนึ่งที่พวกเขามีร่วมกันคือคุณสมบัติสำคัญของนักเปลี่ยนแปลงที่เรียกว่า Empathy หรือความเข้าอกเข้าใจความรู้สึกและประสบการณ์ของผู้อื่นนั่นเอง

เราอาจจะคิดว่า Empathy เป็นพรสวรรค์เฉพาะตัว
แต่จริงๆ แล้ว Empathy เป็นสิ่งที่เราทุกคนสร้างขึ้นได้

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของการสร้าง Empathy ก็คือสร้างตั้งแต่ยังเด็ก ดังนั้นโรงเรียน ครู และผู้ปกครอง จึงมีบทบาทสำคัญมากที่จะฝึกฝนทักษะนี้ผ่านการทำกิจกรรมต่างๆ  การที่โรงเรียนให้ความสำคัญกับการฝึกทักษะ Empathy นั้น ช่วยให้บรรยากาศในห้องเรียนดีขึ้น ครูเข้าอกเข้าใจ รู้ความต้องการของเด็ก และจัดการชั้นเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น สำหรับคุณครูเองก็รู้สึกว่าโรงเรียนไว้ใจและเข้าใจ จึงมีกำลังใจในการทำงานและพัฒนาการเรียนการสอน  เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับที่ใหญ่ขึ้นได้

เพราะการมี Empathy ไม่ได้ทำให้เราปฏิบัติต่อคนอื่นดีขึ้นเท่านั้น แต่ทำให้เรากล้าลงมือทำสิ่งที่ดีขึ้นด้วย เมื่อเด็กๆ โตขึ้นพวกเขาก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่มี Empathy และสร้างการเปลี่ยนแปลงให้โลกใบนี้ได้ 

Ashoka เห็นความสำคัญของการสร้าง Empathy จึงได้จัดทำ A Toolkit for Promoting Empathy in Schools ขึ้นด้วยการไปสัมภาษณ์นักการศึกษาและนักธุรกิจเพื่อสังคมกว่า 60 คนว่า สำหรับพวกเขาแล้ว อะไรทำให้การสร้าง Empathy ได้ผล และปรับมาเป็นเครื่องมือสำหรับสร้าง Empathy สำหรับโรงเรียนเล่มนี้ ซึ่งเครื่องมือที่อยู่ในคู่มือนี้มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งกิจกรรมที่ใช้เวลาสั้นๆ 2 นาที จนถึงโปรเจกต์ที่ใช้เวลาทำเป็นเดือน 

เราจะสร้าง Empathy ได้อย่างไร 

A Tookit for Promoting Empathy in Schools แบ่งกระบวนการสร้าง Empathy เป็น 3 ขั้นตอนเรียกว่า The Empathy Roadmap ประกอบด้วย การเตรียมพร้อม (Prepare)  การสร้างการมีส่วนร่วม (Engage) การลงมือทำและทบทวนสะท้อน (Reflect & Act) กระบวนการทั้งหมดนี้ทำให้เด็กได้มีพื้นที่ปลอดภัย ได้พัฒนาความเข้าอกเข้าใจผู้อื่นและกล้าลงมือสร้างความเปลี่ยนแปลงในที่สุด 

การเตรียมพร้อม (Prepare)

หัวใจสำคัญของการเตรียมพร้อมคือการสร้างสภาพแวดล้อมและเงื่อนไขที่เหมาะสมกับการสร้าง Empathy เริ่มตั้งแต่

  • การสร้างพื้นที่ปลอดภัย สร้างบรรยากาศให้เกิดความไว้วางใจกัน และเปิดพื้นที่ให้ทุกคนแสดงความรู้สึกของตัวเองได้โดยไม่ต้องอึดอัด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากในการสร้าง Empathy
  • การพัฒนาทักษะทางอารมณ์ พัฒนาให้เด็กสามารถตระหนักและเข้าใจความรู้สึกของตัวเอง เมื่อเขาตระหนักและเข้าใจความรู้สึกของตัวเองแล้วเขาจะสามารถเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นได้ด้วย
  • การมีต้นแบบ การสอนเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ เพราะเด็กมักเรียนรู้ผ่านการเลียนแบบด้วย จึงต้องมีคนที่เป็นต้นแบบในการสร้าง Empathy และบทบาทในการสร้างความรู้สึกปลอดภัยให้เด็ก คนๆ นั้นอาจจะเป็นครู  ผู้ปกครอง หรือเพื่อนๆ ของเด็กก็ได้ 

ตัวอย่าง “กิจกรรมสร้างพื้นที่ปลอดภัย”  

การตั้งกฎของห้อง

ทุกๆ ช่วงเปิดเทอมจะมีการตั้งกฎของห้องซึ่งเป็นโอกาสดีให้เด็กได้บอกว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับอะไร ในขณะเดียวกันก็รู้ว่าเขาต้องปฏิบัติต่อผู้อื่นอย่างไรเมื่ออยู่ร่วมกันในชุมชน กฎของห้องข้อต่างๆ มาจากการพูดคุยร่วมกันว่าเราอยากอยู่ร่วมกันในบรรยากาศแบบไหนนั่นเอง

วิธีทำกิจกรรม

  1. เริ่มต้น: ครูอธิบายเป้าหมายของการตั้งกฎของห้องและความสำคัญของกระบวนการประชาธิปไตย
  2. เลือกคำ: แบ่งเด็กออกเป็น 3-4 กลุ่มและถามเด็กๆ ว่า “อยากรู้สึกอย่างไรเมื่ออยู่ในห้องเรียน” ให้เด็กๆ ช่วยกันคิดออกมาให้มากที่สุด เขียนคำทั้งหมดบนกระดานและถามเด็กๆ ว่าเห็นคำไหนมากที่สุด ให้เด็กๆ ช่วยกันโหวต 3 คำที่ตัวเองชอบ คำที่มีคนโหวตมาก 5 อันดับแรกจะนำมาเป็นเป้าหมายของการคิดกฎห้อง
  3. พูดคุยถึงการปฏิบัติในชีวิตประจำวัน: ตอนนี้เราได้ความรู้สึก 5 อย่างที่เราให้ความสำคัญแล้ว ให้ชวนเด็กๆ คิดว่าควรมีกฎข้อไหนขึ้นมาบ้างเพื่อสร้างความรู้สึกนั้น  เช่น ถ้าความรู้สึกคือ ความเคารพ ให้ชวนเด็กคิดว่าเราต้องแสดงออก หรือทำอะไรในชีวิตประจำวันที่แสดงให้เห็นถึงความเคารพบ้าง อาจจะเป็นการไม่พูดแทรก หรือการสบตาผู้พูดก็ได้
  4. กำหนดวิธีการเตือนและแนวทาง: ความผิดพลาดเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดา เราจึงต้องช่วยกันคิดวิธีการเตือนและแนวทางที่ทำให้สมาชิกของห้อง ทั้งเพื่อนๆ และคุณครูสามารถขอโทษกันได้อย่างจริงใจและตั้งใจปฏิบัติตามกฎได้   

* กฏของห้องไม่จำเป็นต้องตายตัว สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดตามสถานการณ์

Photo by National Cancer Institute on Unsplash

ตัวอย่าง “กิจกรรมพัฒนาทักษะทางอารมณ์”

 หยุด หายใจ ฟัง แสดงออก

         กิจกรรม “หยุด หายใจ ฟัง แสดงออก” ฝึกให้เด็กรู้จักหยุดสำรวจความคิด ความรู้สึกตัวเองก่อนแสดงออก ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญในการจัดการอารมณ์และการเข้าอกเข้าใจ เพราะการที่เราจะเข้าอกเข้าใจผู้อื่นได้ เราต้องมีสมาธิอยู่กับเขาจริงๆ เสียก่อนและพร้อมฟังสิ่งที่เขาเล่าเพื่อให้เข้าใจความคิดและความรู้สึกของเขา กิจกรรมนี้จะทำในห้องเรียน หลังเลิกเรียน หรือครูจะใช้เพื่อให้เด็กหยุดทะเลาะกันก็ได้ 

วิธีทำกิจกรรม

1.  แนะนำเครื่องมือ “หยุด หายใจ ฟัง แสดงออก”

  • หยุด: เมื่อเพื่อนบอกเราว่าจะเล่าเรื่องให้ฟัง ให้เราหยุดสิ่งที่กำลังทำอยู่ ไม่แชท ฟังเพลง หรือเล่นคอมพิวเตอร์ไปด้วย
  • หายใจ: การหายใจเป็นการปรับจังหวะตัวเองให้ช้าลง ให้หายใจเข้าออกลึกๆ ผ่อนคลายและมีสมาธิอยู่กับเพื่อน (แนะนำให้หาที่เงียบๆ ที่เรามีสมาธิได้เต็มที่) 
  • ฟัง: ให้เพื่อนเล่าทุกสิ่งที่เขาอยากเล่า อย่าเพิ่งให้คำแนะนำหรือวิธีแก้ปัญหา เพราะตอนนี้เรามีหน้าที่ฟังสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดเท่านั้น เราอาจจะบอกเพื่อนว่า “มีอะไรอยากเล่าอีกไหม เล่าให้เราฟังได้นะ” เพื่อให้เขาเล่าสิ่งที่เก็บอยู่ในใจออกมา
  • แสดงออก: แสดงออกด้วยท่าทีที่เป็นมิตร ในช่วงนี้เราควรถามคำถามดีๆ ให้เพื่อนได้ทบทวนความคิดและความรู้สึก เช่น “เธอรู้สึกอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้น” “ฉันจะช่วยอะไรได้บ้าง” หรือ   “เธอคิดว่าเธอควรทำอย่างไร”
  • หลังจากนั้นให้เด็กฝึกทำกิจกรรมด้วยการจับคู่กับเพื่อน ผลัดกันเป็นคนฟังและคนเล่าเรื่อง

2.  ทบทวนสะท้อนหลังทำกิจกรรม

ล้อมวงสะท้อนความรู้สึกจากการทำกิจกรรมนี้ ครูอาจจะถามคำถามเพื่อกระตุ้นให้เห็นความสำคัญของ Empathy เช่น ตอนนี้รู้สึกอย่างไร ชอบอะไรมากที่สุดในพื้นที่ที่มี Empathy คิดว่าทำไม Empathy จึงเป็นคุณสมบัติหนึ่งที่สำคัญของการเป็นผู้นำที่ดี 

ทั้งสองกิจกรรมนี้เป็นเพียงตัวอย่างของกิจกรรมสำหรับขั้นการเตรียมพร้อมเท่านั้น ยังมีกิจกรรมอีกมากในคู่มือ A Toolkit for Promoting Empathy Schools ที่น่าสนใจและน่าลองนำมาใช้ในชั้นเรียน

ในตอนหน้าเราจะมาเรียนรู้วิธีการสร้าง Empathy อีก 2 ขั้นตอนที่เหลือคือ การสร้างการมีส่วนร่วม และการลงมือทำและการทบทวนสะท้อน

อ่านต่อ : เครื่องมือการสร้าง Empathy ในโรงเรียน (2)


ดาวน์โหลด : A Toolkit for Promoting Empathy in Schools 
อ่านเพิ่มเติม : Empathy: Why it matters, and how to get it

1+

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below