OASIS

การใช้ความรุนแรงและทารุณกรรม, ความขัดแย้งแบ่งแยก, สิทธิและความเท่าเทียม, สิทธิพลเมือง, สิทธิมนุษยชน, สิทธิผู้พิการ, สิทธิสตรี, สิทธิชนกลุ่มน้อยและผู้ด้อยโอกาส, ความเท่าเทียมทางเพศ, การค้ามนุษย์, การอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น, การใช้ความรุนแรงในครอบครัว, สิทธิในความเป็นส่วนตัว
ครอบครัว, ผู้สูงอายุ, ผู้หญิง, วัยรุ่น

LAST UPDATE ON

28 มี.ค. 2561

VERIFICATION

Not verified

PROJECT STAGE

Idea

PROJECT STARTED ON

16 ส.ค. 2559

PROJECT STATUS

Active

VIEWS

375




ยังไม่มีการอัปเดตบทความ

Part I : Idea Development

: Starting With You

: Defining Problems

ไม่มีข้อมูล

รูปภาพ
Username
Name
Status
getthip
Getthip Hannarong
เข้าร่วม
Jue Korbtip
Korbtip Atchariyasopon
เข้าร่วม
blackboxnoke
Suppawit Sanguankumthorn
เข้าร่วม
อยู่ในระยะ :
Idea
ชื่อทีม :
The Omega
สมาชิกในทีม :
วันที่เริ่มโปรเจกต์ :
16 ส.ค. 2559
พื้นที่โปรเจกต์ :
กรุงเทพมหานคร
เว็บไซต์ :

ที่มาโครงการ

โครงการของเราเกิดขึ้นจากความสนใจในปัญหาเกี่ยวกับความรุนแรงภายในครอบครัว (Domestic Violence) 

จากประสบการณ์ที่เราได้มีโอกาศเป็นส่วนหนึ่งในการอยู่เคียงข้างเหยื่อผู้ที่ตกอยู่ในวงจรความรุนแรงในปี 2558 ในการแก้ไขปัญหาความสัมพันธ์ ผ่านกระบวนต่างๆที่ทางภาครัฐและเอกชนจัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาเหยื่อที่ถูกกระทำความรุนแรง 

 

    แต่ถึงแม้ว่าทุกหน่วยงานจะดำเนินการตามภารกิจที่แต่องค์กรกำหนดไว้ แต่กลับไม่สามารถช่วยแก้ไขหรือบรรเทาปัญหาความรุนแรงในกรณีที่เกิดขึ้นได้ นอกเหนือไปจากนั้นเหยื่อยังถูกปฏิบัติในเชิงลดทอนคุณค่า ถูกวิพากษ์วิจารณ์ซ้ำเติม โดยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ

 

    ประกอบกับทัศนคติของสังคมต่อผู้ที่ตกอยู่ในวงจรความรุนแรง มักมองผู้กระทำหรือผู้ถูกกระทำในแง่ลบและมุ่งลดคุณค่าบุคคล ส่งผลให้ผู้ที่ประสบปัญหาเกี่ยวกับความรุนแรงในความสัมพันธ์ตกเป็นเหยื่อที่ถูกกระทำซ้ำจากการดำเนินการเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมทั้งทางด้านกฎหมาย และด้านสังคม

 

    จากการที่เราได้ค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับปัญหานี้อย่างจริงจัง ทำให้เราพบว่าประเทศไทยอยู่อันดับต้นๆของปัญหาความรุนแรงในครอบครัว ที่มีสถิติจำนวนเหยื่อ หรือเหตุการณ์ความรุนแรงสูงโดยไม่มีแนวโน้มลดลง และในขณะเดียวกันยังมีผู้ที่ประสบปัญหาความรุนแรงแต่เลือกที่จะเงียบเพราะกลัวการถูกสังคมตัดสินอีกจำนวนหนึ่งที่ยังไม่นับรวมอยู่ในสถิติข้างต้น

 

    จากประสบการณ์ที่เราได้เจอประกอบกับข้อมูลที่เราพบ จึงกลายเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เราเริ่มโครงการ OASIS ขึ้น โดยโครงการ OASIS มีวัตถุประสงค์ที่จะเป็นเพื่อน เป็นผู้ช่วย และเป็นที่พัก ให้ผู้ที่ประสบปัญหาความรุนแรงทุกคนสามารถก้าวข้ามผ่านปัญหานี้ไปได้อย่างเจ็บปวดน้อยที่สุดไม่ว่าจะเป็นทางร่างกายหรือจิตใจ

 

    เพราะเราเชื่อมั่นว่ามนุษย์ทุกคนเท่าเทียมกัน เราจึงอยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะเสริมพลัง ให้ทุกคนได้ตระหนักรู้และสามารถปกป้อง "สิทธิ" และ "เสรีภาพ" ที่ทุกคนพึงมีด้วยการเคารพในคุณค่าของตัวเอง และสามารถดูแลรักษา จัดการความสัมพันธ์อย่างสันติด้วยการเคารพในสิทธิและเสรีภาพของอีกฝ่ายเช่นกัน เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมที่เสมอภาคและปราศจากความรุนแรง

แนวคิดโครงการ

เนื่องจากปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นในสังคมไทยปัจจุบันมีระดับความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นและมีลักษณะปัญหาที่ซับซ้อน เนื่องจากความเกี่ยวข้องกับหลายสาเหตุ และการสั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีสถิติของหน่วยงานหลายแห่งชี้ให้เห็นว่ามีจำนวนผู้ถูกกระทำที่เป็นเด็กและสตรีมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น โครงการโอเอซิส (Oasis Project) จึงต้องการเป็นผู้ช่วย ในการช่วยเหลือปัญหาความรุนแรงในครอบครัวโดยมีแนวทางในการพัฒนา แก้ไขปัญหาด้านความสัมพันธ์และช่วยเหลือให้คำแนะนำผู้ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวให้ได้รับการเยียวยาบำบัดอย่างเหมาะสม

Problem Topic

การใช้ความรุนแรงและทารุณกรรม,ความขัดแย้งแบ่งแยก,สิทธิและความเท่าเทียม,สิทธิพลเมือง,สิทธิมนุษยชน,สิทธิผู้พิการ,สิทธิสตรี,สิทธิชนกลุ่มน้อยและผู้ด้อยโอกาส,ความเท่าเทียมทางเพศ,การค้ามนุษย์,การอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น,การใช้ความรุนแรงในครอบครัว,สิทธิในความเป็นส่วนตัว

Target

ครอบครัว,ผู้สูงอายุ,ผู้หญิง,วัยรุ่น

เป้าหมายของโครงการ

เรามีเป้าหมายที่จะทำให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ปราศจากความรุนแรง เริ่มต้นจากดูแลความสัมพันธ์ใกล้ตัว และเราคาดหวังที่จะเสริมสร้างให้สถาบันครอบครัวให้แข็งแรงขึ้น จากการสร้างความตระหนักรู้ในคุณค่าของมนุษย์ที่มีเท่าเทียมกัน และเคารพซึ่งสิทธิและเสรีภาพของกันและกัน พร้อมทั้งสร้างประโยชน์ให้กับสถาบันครอบครัวในด้านเศรษฐกิจไปพร้อมๆกัน

เว็บไซต์

ปัญหา

ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวคือการเกิดเหตุการณ์ที่ใช้กำลังประทุษร้ายหรือการกระทำรูปแบบอื่น ๆ ที่คุกคามต่อชีวิต จิตใจ เสรีภาพหรือการกระทำล่วงเกินทางเพศระหว่างคู่ครองหรือระหว่างบุคคลในครอบครัวเดียวกันหรือผู้ดูแล โดยไม่ได้รับความยินยอมเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจที่เหนือกว่าและการควบคุมผู้ถูกกระทำ ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบในด้านลบทั้งต่อตัวบุคคล และสังคงในวงกว้าง

จากข้อมูลอ้างอิงโดยสำนักกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในปี 2559  จำนวนเหตุการณ์ความรุนแรงในครอบครัวรวมทั้งสิ้น 846 เหตุการณ์  

และในส่วนข้อมูลจากผู้ใช้บริการผ่านศูนย์พึ่งได้ในปี 2559  มีจำนวนเด็กและสตรีที่เข้ารับบริการทั้งสิ้น จำนวน 20,018 ราย

  

 

    โดยผู้ที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 80 เป็นสตรีและเด็ก ซึ่งลักษณะการกระทำความรุนแรงอันดับ 1 คือการทำร้ายร่างกาย รองลงมาคือการทำร้ายจิตใจ การละเลย ทอดทิ้ง การล่วงละเมิดทางเพศ ตามลำดับ 

    ปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดเหตุความรุนแรงในสตรีและเด็กคือ

  1. ความสัมพันธ์ภายในครอบครัว 
  2. การใช้สารกระตุ้น
  3. สภาพแวดล้อม พฤติกรรมเลียนแบบ 

     โดยสาเหตุใหญ่ของการกระทำความรุนแรง

  • ร้อยละ 28.79 เกิดขึ้นจากการเมาสุรา ติดสารเสพติด และ
  • ร้อยละ 24.04 เกิดจากการหึงหวงนำไปสู่การทะเลาะวิวาท 

                อ้างอิงจากข้อมูลสหประชาชาติ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกผู้หญิงที่แต่งงานแล้วตกเป็นเหยื่อของการใช้ความรุนแรงทางร่างกายมากถึงกว่า ร้อยละ 50-60 ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั่วโลก นอกจากนี้หลายประเทศในภูมิภาคยังต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลในการเยียวยาเหยื่อผู้ถูกกระทำ ส่งผลด้านลบต่อเศรษฐกิจ ทั้งยังขัดขวางการพัฒนาประเทศโดยรวม ซึ่งสาเหตุหลักมาจาก

  • ค่านิยมทางสังคมที่ให้สิทธิเพศชายเป็นใหญ่เหนือเพศหญิง และ
  • ระบบยุติธรรมขาดประสิทธิภาพ

                ในปี 2556 UN Women
จัดอันดับประเทศไทยไว้ลำดับที่ 36 ของการใช้ความรุนแรงทางกายต่อผู้หญิง จากจำนวนประเทศที่ได้รับรายงานทั้งสิ้น 75 ประเทศ
และประเทศไทยอยู่ในลำดับที 7 จากจำนวน 71 ประเทศที่มีการกระทำความรุนแรงทางเพศต่อผู้หญิง
นอกจากนั้นยังพบว่าความเชื่อที่สามีตีภรรยาเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ ประเทศไทยเป็นอันดับ 2 จากข้อมูล 49 ประเทศ

                และข้อมูลการวิจัยของสหประชาชาติที่จัดทำรวมกับสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทยพบว่าคดีความรุนแรงต่อผู้หญิงยังมีสัดส่วนสูงอยู่มาก ทั้งสังคมยังเพิกเฉยต่อความรุนแรง และผู้กระทำผิดยังลอยนวล และผู้หญิงกว่าร้อยละ 30 เคยมีประสบการณ์ถูกกระทำความรุนแรง โดยร้อยละ 80 ของผู้หญิงที่ถูกกระทำเลือกที่จะไม่บอกกล่าวหรือเปิดเผย

                สอดคล้องกับข้อมูลที่เราได้จากการสอบถามกลุ่มตัวอย่าง ปัจจุบันผู้ที่ถูกกระทำความรุนแรงในครอบครัวนั้นไม่กล้าที่จะขอความช่วยเหลือเพราะกลัวการถูกวิพากษ์วิจารณ์ รวมถึงไม่เชื่อมั่นในระบบยุติธรรม และในบางรายที่ดำเนินการแจ้งความและเข้าสู่กระบวนการดูแลที่ทางรัฐบาลจัดตั้งขึ้นนั้นยังพบว่า ผู้ถูกกระทำความรุนแรงถูกปฏิบัติโดยขาดการเอาใจใส่ และการคำนึงถึงสภาพจิตใจของเหยื่อ  ส่งผลให้ผู้ถูกกระทำความรุนแรงนั้นไม่ได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสมหลังจากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงขึ้น
 

แหล่งที่มาข้องมูล 

  1. https://www.pptvhd36.com/news/ประเด็นร้อน/52974
  2. http://www.komchadluek.net/news/scoop/250487
  3. https://www.isranews.org/isranews-scoop/64188-family_64188.html
  4. http://www.tnamcot.com/view/58537776adad130550ec71d5
  5. https://thaipublica.org/2017/12/un-women-4-12-2560/
  6. http://www.thaihealth.or.th/Content/28118-ผู้หญิงไทยกับเด็ก%20เหยื่อความรุนแรง.html
  7. http://www.thaihealth.or.th/Content/2590-ไทยติดอันดับต้นของโลก%20รุนแรงในครอบครัว.html

 

 

วิธีการแก้ไข

1. ให้บริการปรึกษาด้านความสัมพันธ์ ผ่านกิจกรรมต่างๆในการเสริมสร้างความสัมพันธ์ ผนวกกับการให้ความรู้ ตามความเหมาะสมของผู้ที่เข้าร่วมกิจกรรม ประกอบกับการพัฒนา และสร้างโอกาศให้แต่ละบุคคลสามารถดูแลรับผิดชอบตัวเองได้ทางเศรษฐกิจไปพร้อมๆกัน

2.  จัดให้มีช่องทางการรับแจ้งเหตุความรุนแรงเพื่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและติดตามผลการช่วยเหลืออย่างมีประสิทธิภาพ ประชาสัมพันธ์ความรู้ในด้านต่างๆดังนี้

  • เกี่ยวกับสิทธิทางกฎหมาย
  • บริการของรัฐที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงในครอบครัว
  • วิธีการรับมือกับสถานการณ์ที่เสี่ยงต่อการถูกทำร้าย

3.  ประชาสัมพันธ์เพื่อพัฒนาค่านิยมด้านเพศสภาพ ให้มีความเท่าเทียมระหว่างบุคคล

ผลกระทบทางสังคม

ผลกระทบทางตรง

  • ความสูญเสียด้านร่างกายและจิตใจของผู้ถูกกระทำ (หวาดกลัว,ไม่มีความสุข,บาดเจ็บ,พิการ,ตาย)

ผลกระทบทางอ้อม

  • ผลกระทบต่อบุคคลในครอบครัวจากการสูญเสีย
  • ผู้ที่ถูกเลี้ยงดูด้วยวิธีรุนแรงหรืออยู่ในบรรยากาศที่รุนแรงจะมีแนวโน้มในการนิยมความก้าวร้าวรุนแรงต่อต้านสังคม ซึ่งอาจส่งผลเป็นปัญหาสังคมในอนาคต
  • ผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

แผนความยั่งยืน

แผนความยั่งยืนของโครงการกำหนดไว้ 2 แนวทางดังนี้

  1. ดำเนินการพัฒนารูปแบบการดำเนินการให้โครงการสามารถดำเนินการได้โดยมีรายได้จากการจำหน่วยสินค้าหรือการให้บริการที่โครงการจัดทำขึ้น เพื่อนำรายได้ในส่วนนั้นมาสนับสนุนกิจกรรมด้านประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างค่านิยมที่ดีขึ้น และช่วยเหลือเหยื่อที่ต้องการความช่วยเหลือแต่ยังขาดรายได้ หรือยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้
  2. บูรณาการองค์ความรู้ และ เครือข่ายเข้ากับองค์กรภาครัฐและเอกชนที่มีวัตถุประสงค์สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการเพื่อกระจายบริการดังกล่าวให้สามารถเข้าถึงได้ทั่วประเทศ โดยสร้างโอกาศในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจทั้งในหน่วยครอบครัว และชุมชนได้ในขณะเดียวกัน
Project Owner
User join Project
User join Project
User join Project