O-Waste

การลงทุนทางสังคม, การวัดผลกระทบทางสังคม, ความรับผิดชอบต่อสังคม, อากาศ, พลังงาน, มลภาวะ, ขยะ, สื่อมวลชน, กฎหมายและนโยบาย, ที่อยู่อาศัย, การพัฒนาชุมชน, คุณภาพชีวิต
ครอบครัว, ชุมชน, ภาคธุรกิจ, ภาครัฐ, คนเมือง, สิ่งแวดล้อม, ภาคสังคม

LAST UPDATE ON

23 ก.ค. 2561

VERIFICATION

Not verified

PROJECT STAGE

Prototyping

PROJECT STARTED ON

13 ธ.ค. 2560

PROJECT STATUS

Active

VIEWS

761




ไม่มีข้อมูลเอกสารของโปรเจกต์นี้

ไม่มีข้อมูล

รูปภาพ
Username
Name
Status
อยู่ในระยะ :
Prototyping
ชื่อทีม :
YOLO
สมาชิกในทีม :
วันที่เริ่มโปรเจกต์ :
01 ส.ค. 2550
พื้นที่โปรเจกต์ :
กรุงเทพมหานคร
เว็บไซต์ :

ที่มาโครงการ

เจ้าของโครงการได้มีโอกาสร่วมงานกับทาง School of Changemakers (SOC) มาตั้งแต่ปี 2558 จึงค้นพบว่าตนเองหลงรักการทำธุรกิจในรูปแบบของการเป็น Social Enterprise และได้เข้ามาขอให้ทาง SOC เป็นที่ปรึกษาให้เพื่อเริ่มต้นทำกิจการเพื่อสังคมที่นำไปสู่การสร้างสังคม ZERO WASTE ให้ได้ภายใน 30 ปี โดยเราใช้เวลาประมาณครึ่งปีในการหาข้อมูล insight เกี่ยวกับปัญหาขยะในประเทศไทย และเราเลือกที่จะเริ่มต้นด้วยการสร้างเครื่องจัดการขยะอินทรีย์จากในบ้านเรือนเป็นปุ๋ย หรือ Organic Waste Recycle Machine ที่ชื่อว่า O-Waste เพื่อลดปริมาณขยะอินทรีย์ไม่ให้ไปสู่หลุมเทกอง  

แนวคิดโครงการ

 

    ข้อมูลจากกรมควบคุมมลพิษ สำนักสิ่งแวดล้อมแสดงให้เห็นว่าปริมาณขยะในประเทศไทยปี 2559 มีปริมาณมากถึง 27.06 ล้านตันต่อปี ไม่รวมขยะตกค้างอีกกว่า 10 ล้านตัน 
ในจำนวน 27.06 ล้านตัน 64% เป็นขยะอินทรีย์ที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ต่อได้ อีก 30% คือขยะที่สามารถนำไป recycle ได้, 3% เป็นขยะทั่วไปจำพวกซองขนม,กล่องโฟม และ 3% สุดท้าย คือ ขยะมีพิษ

 
     ในขณะที่สัดส่วนของขยะทั้งหมด ขยะที่ย่อยสลายได้มีสัดส่วนมากที่สุดถึง 64%  แต่กลับมีการนำไปทำเป็นปุ๋ยแค่ 10%  และนำไปฝังกลบถึง 79% ซึ่งการฝังกลบทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ,ทางน้ำและทางกลิ่น นอกจากนั้นยังเป็นที่มาของแหล่งพาหะเกิดโรคและภาพอุจาดตาด้วย
 

   


      ใน 64% ที่เป็นขยะอินทรีย์นั้นไม่สามารถนำไปกำจัดได้อย่างถูกสุขาภิบาลหรือนำไปทำประโยชน์อื่น ๆ ได้สูงสุด เพราะไม่มีการแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง เพราะฉะนั้นหากต้องการจัดการขยะอินทรีย์ซึ่งเป็นขยะส่วนใหญ่จากครัวเรือนอย่างมีประสิทธิภาพ จึงสามารถทำได้ 3 ทาง คือ 

  1. แยกขยะจากต้นทางในบ้านเรือน เพื่อให้กทม./เทศบาลนำไปจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ 
  2. จัดการขยะอินทร์ย์ที่เกิดจากบ้านเรือนด้วยการแปรรูปเป็นอย่างอื่นให้ก่อประโยชน์ 
  3. ทั้งแยกขยะและจัดการขยะอินทรีย์ในเวลาเดียวกัน 

     O-Waste เป็นเครื่องย่อยเศษอาหารจากครัวเรือนที่คิดค้นขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาขยะอินทรีย์ โดยตัวเครื่องได้รับการออกแบบไว้สำหรับใส่เศษอาหารหรือขยะอินทรีย์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นในบ้านเรือนแยกจากขยะอื่น ๆ โดยใน O-Waste จะมีสารตั้งต้นที่สามารถย่อยเศษอาหารได้เร็วสุดภายใน 24 ชั่วโมง และช้าสุดคือภายใน 48 ชั่วโมง เมื่อเศษอาหารในเครื่องกลายเป็นสารปรับปรุงดินแล้ว ทางผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะนำสารปรับปรุงดินที่แปรสภาพไปใช้ประโยชน์ต่อ เช่น ใช้ผสมปุ๋ยหมักหรือดินเพื่อปลูกต้นไม้, ใช้ในการถมที่ เป็นต้น หรือสามารถเลือกที่จะส่งต่อให้กับโครงการสวนออร์แกนิคที่เป็น Partner กับทาง YOLO เพื่อใช้ในการปลูกพืชผักอินทรีย์ต่อไป 
     
     หากในทุก ๆ ครัวเรือนมีการใช้ O-Waste ก็จะสามารถแยกขยะอินทรีย์ออกมาจากขยะอื่น ๆ ได้ตั้งแต่ในบ้าน ทำให้ขยะที่ออกมาจากบ้านเรือนเหลือแค่ขยะทั่วไป, ขยะที่สามารถนำไป Recycle ได้ และขยะมีพิษ ส่วนสารปรับปรุงดินที่เกิดขึ้นก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยไม่ต้องทิ้งลงหลุมฝังกลบทั้งหมด นอกจากนี้ YOLO ยังมีโครงการพัฒนาในการสร้างเครื่องจากขยะพลาสติกเพื่อเป็นการลดขยะพลาสติกอีก 30% ที่อยู่ในประเทศไทยด้วย

 

 

Problem Topic

การลงทุนทางสังคม,การวัดผลกระทบทางสังคม,ความรับผิดชอบต่อสังคม,อากาศ,พลังงาน,มลภาวะ,ขยะ,สื่อมวลชน,กฎหมายและนโยบาย,ที่อยู่อาศัย,การพัฒนาชุมชน,คุณภาพชีวิต

Target

ครอบครัว,ชุมชน,ภาคธุรกิจ,ภาครัฐ,คนเมือง,สิ่งแวดล้อม,ภาคสังคม

เป้าหมายของโครงการ

พันธกิจหลักของเครื่อง O-Waste คือเป็นเครื่องมือในการจัดการขยะอินทรีย์จากบ้านเรือนไปเป็นปุ๋ยคุณภาพ เพื่อลดปริมาณขยะอินทรีย์จำนวนมากกว่า 60% ที่จะไปสู่หลุมเทกอง 

เว็บไซต์

ปัญหา

ข้อมูลล่าสุดของปี 2559 จากกรมควบคุมมลพิษ โดยสำนักจัดการกากของเสียและขยะอันตราย สำนักสิ่งแวดล้อม พบว่ามีปริมารขยะมูลฝอยเกิดขึ้นประมาณ 27.06 ล้านตันต่อปี หรือประมาณ 74,130 ตันต่อวัน โดยพบว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือ เทศบาลนคร,เทศบาลเมือง,เทศบาลตำบล,อบต. กทม. และเมืองพัทยา จำนวน 7,777 แห่ง มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีการดำเนินการให้เก็บขยะมูลฝอยชุมชน จำนวน 4,711 แห่ง และไม่มีการดำเนินการให้บริการเก็บขนขยะมูลฝอยจำนวน 3,066 แห่ง หรืออาจกล่าวได้ว่าขยะที่เกิดขึ้นในแต่ละวันได้รับการเก็บขนประมาณ 60% อีก 40% ไม่ได้ทำการเก็บขน

ใน 4,711 แห่งที่มีการเก็บขน เก็บขยะได้ทั้งสิ้น 21.05 ล้านตัน หรือประมาณ 78% จากทั้งหมด เมื่อแยกขยะ recycle ออกแล้ว จะเหลือประมาณ 15.76 ล้านตัน ขยะประมาณ 9.75 ล้านตัน หรือประมาณ 60% ของ 15.76 ล้านตัน จะถูกนำไปเข้าสู่ระบบกำจัดขยะมูลฝอยที่ถูกต้องและใช้งานได้จำนวน 328 แห่งทั่วประเทศ ส่วนอีก 38% หรือ 6.01 ล้านตัน จะถูกนำไปกำจัดยังสถานที่กำจัดขยะที่ไม่ถูกต้อง เช่นการเผากลางแจ้ง, การเทกองทิ้งในบ่อดินเก่าหรือพื้นที่รกร้าง เป็นต้น ซึ่งพบว่ามีสถานที่กำจัดขยะมูลฝอยที่ไม่ถูกต้องอยู่จำนวนทั้งสิ้น 2,468 แห่ง 


กล่าวสั้น ๆ ว่าณ ปัจจุบัน ปริมาณขยะมีมากเกินกว่าที่ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบจะสามารถจัดการได้ หากคนไทยหันมาสนใจและช่วยกันจัดการปัญหาขยะอินทรีย์ที่มาจากเศษอาหารที่เกิดขึ้นจากครัวเรือน ก็จะสามารถจัดการลดปัญหาขยะที่มีมากถึง 64% ของปริมาณขยะทั้งหมด 

วิธีการแก้ไข

ในต่างประเทศแนวความคิดการทำ Compose Box หรือกล่องย่อยเศษอาหารมีมานานแล้ว ทั้งกล่อง Bokashi หรือ Takakura ของญี่ปุ่น หรือกล่อง Zera จากบริษัท Whirlpool หรือกล่องย่อยเศษอาหารด้วยจุลินทรีย์จากบริษัท Oklin แต่เครื่องดังกล่าวยังอยู่ในระดับราคาหลายหมื่น นอกจากนี้กระบวนการทำสารตั้งต้นยังเป็นการคิดค้นจากประเทศเมืองหนาวที่อาจไม่เหมาะกับเมืองไทย

ในประเทศไทยเองก็มีการคิดกล่อง Compose Box จากกลุ่มผัก Done และคุณชูเกียรติ ที่ปรึกษาโครงการสวนผักคนเมือง แต่ยังไม่ได้พัฒนาให้เหมาะสำหรับการใช้อย่างสะดวกในครัวเรือนหรือคอนโดมิเนียม เพราะฉะนั้น ทาง YOLO จึงจะทำการคิดค้นสารตั้งต้นที่สามารถย่อยเศษอาหารของเมืองไทยให้กลายเป็นสารปรับปรุงดินให้ได้ภายใน 12-48 ชั่วโมง และคิดพัฒนา Organic Waste Recycle Machine ที่ชื่อ O-Waste ในรูปแบบเครื่องย่อยเศษอาหารราคาประหยัด เพื่อให้ทุกครัวเรือนสามารถนำไปใช้ได้อย่างอย่างสะดวกและสะอาด 

ผลกระทบทางสังคม

หากทุก ๆ บ้านหันมาใช้ O-Waste ในบ้าน นั่นหมายความว่าจะมีการแยกขยะอินทรีย์จากบ้านเรือนตั้งแต่ต้นทาง ขยะจากบ้านเรือนก็จะเหลือเพียงขยะ recycle, ขยะทั่วไป และขยะมีพิษ ประการแรกก็จะสามารถลดปริมาณขยะที่จะนำไปกำจัดได้ และช่วยลดภาระขององค์กรส่วนท้องถิ่นลง 

ประการที่สองสารปรับปรุงดินที่ได้จากการย่อยเศษอาหารสามารถนำไปผสมกับดินหรือปุ๋ยหมักเพื่อทำเป็นปุ๋ยเพื่อปลูกต้นไม้ได้ หรือหากคนใช้ไม่อยากจะนำไปปลูกต้นไม้ก็สามารถเทสารปรับปรุงดินออกมาแล้วมัดรวมในหนึ่งถุงเพื่อให้กทม./เทศบาลนำไปทำเป็นปุ๋ยหรือ Bio-Gas ได้ เพราะเป็นขยะอินทรีย์ล้วนที่ไม่ได้ปนเปื้อนขยะอย่างอื่น จึงไม่จำเป็นต้องเอาลงไปฝังกลบ

แผนความยั่งยืน

หาก O-Waste สามารถช่วยเรื่องการจัดการขยะอินทรีย์ในบ้านเรือนได้จริง ทาง YOLO อยากจะ Partner กับคอนโดมิเนียมและหมู่บ้านต่าง ๆ ในการส่งเสริมให้คนหันมามี เครื่อง O-Waste ประจำบ้านเพื่อช่วยเรื่องการจัดการขยะอินทรีย์ในบ้าน โดยเฉพาะเศษอาหาร เพื่อช่วยลดภาระการทำงานของกทม. และหน่วยงานองค์กรท้องถิ่นต่าง ๆ