Hear & Found

ความคิดสร้างสรรค์, ความขัดแย้งแบ่งแยก, การสื่อสารเชิงบวก, การอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น, เสรีภาพการแสดงออก, ศิลปะวัฒนธรรม
เด็ก, วัยรุ่น, ชุมชน, ผู้อพยพ, ผู้อพยพ, คนไร้สัญชาติ

LAST UPDATE ON

16 ม.ค. 2562

VERIFICATION

Unverified

PROJECT STAGE

Prototyping

PROJECT STARTED ON

14 มิ.ย. 2561

PROJECT STATUS

Active

VIEWS

39




ยังไม่มีข้อมูลการอัปเดต

ยังไม่มีการอัปเดตบทความ

Part I : Idea Development

: Starting With You

: Defining Problems

ไม่มีข้อมูล

รูปภาพ
Username
Name
Status
pansiita
ปานสิตา ศศิรวุฒิ
ยังไม่เข้าร่วม
อยู่ในระยะ :
Prototyping
ชื่อทีม :
Hear & Found
สมาชิกในทีม :
วันที่เริ่มโปรเจกต์ :
12 ก.พ. 2561
พื้นที่โปรเจกต์ :
ลำพูน

ที่มาโครงการ

Hear & Found เริ่มต้นจากทีม เม (ศิรษา บุญมา) เชี่ยวชาญด้านการออกแบบประสบการณ์และเป็นนักดนตรี กับรักษ์ (ปานสิตา ศศิรวุฒิ) เชี่ยวชาญงานด้านประชาสัมพันธ์ เราสองคนทำงานด้านการท่องเที่ยวโดยชุนชน ได้ทำงานและมีความคุ้นเคยกับชนเผ่าและชุมชนต่างๆในประเทศไทย จึงได้รับแรงบันดาลใจจากวัฒนธรรมท้องถิ่นในประเทศไทย 

อีกประเด็นสำคัญที่เป็นปัญหาสังคม คือ ภาพที่คนนอกเข้าใจต่อคนชนเผ่าในทางที่ไม่ถูกต้องนั้น สร้างผลกระทบทางจิตใจ ตัวตน วัฒนธรรม ไปจนถึงความเป็นอยู่ของคนชนเผ่าเอง จากสถานการณ์เหล่านี้ จากปัญหานี้จึงเป็นแรงผลักดันให้ทีมอยากนำดนตรีมาใช้ในการสื่อสาร สร้างพื้นที่ให้คนได้รู้จักกันมากขึ้น 

แนวคิดโครงการ

Hear & Found ใช้ดนตรีชนเผ่า และดนตรีท้องถิ่น เป็นเครื่องมือสื่อสารเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง 

กลุ่มคนชนเผ่าในประเทศไทย หลายๆชนเผ่า ถูกเข้าใจผิด จากคนทั่วๆไป เนื่องจากภาพข่าวหรือสื่อที่นำเสนอมาเป็นระยะเวลานาน มักจะเป็นภาพของความน่าสงสาร เป็นเหยื่อของสังคม ซึ่งทำให้คนชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทยไม่ได้รับการยอมรับในสังคม ถูกดูถูก ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ คนชนเผ่าพื้นเมืองสูญเสียความภาคภูมิใจในรากเหง้าของตนเอง บ้างก็ต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้เข้ากับสังคม บ้างก็ต้องย้ายถิ่นฐาน หรือบางคนได้รับผลกระทบถึงชีวิตก็มี ซึ่งความรู้สึกของการถูกตัดสิน หรือการถูกเข้าใจผิดเกิดขึ้นกับชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย ถึง 7 ล้านคน หรือประมาณ 1 ใน 10 ของจำนวนประชากรไทยทั้งหมด 

เพราะฉะนั้นแล้ว Hear & Found จึงอยากใช้ดนตรี บทเพลงพื้นถิ่น บทเพลงที่มีเรื่องราวจากคนชนเผ่ามาสื่อสาร เพื่อสร้างความเข้าใจ สร้างความสัมพันธ์ เพื่อลดความขัดแย้งทางความคิด และเพื่อให้เห็นคุณค่าของมนุษย์ และยังถือเป็นการสร้างโอกาส รายได้ และรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อคนรุ่นต่อๆไปอีกด้วย 
 

Problem Topic

ความคิดสร้างสรรค์,ความขัดแย้งแบ่งแยก,การสื่อสารเชิงบวก,การอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น,เสรีภาพการแสดงออก,ศิลปะวัฒนธรรม

Target

เด็ก,วัยรุ่น,ชุมชน,ผู้อพยพ,ผู้อพยพ,คนไร้สัญชาติ

เป้าหมายของโครงการ


 

 

Hear & Found ต้องการทลายกำแพงความเข้าใจผิด เชื่อมคนเข้าหากัน
ด้วยการใช้ดนตรีชนเผ่าและดนตรีท้องถิ่นเป็นเครื่องมือในการสื่อสาร

เว็บไซต์

ปัญหา

เคยได้ยินข่าว ชาวเขาปลูกฝิ่น ค้าฝิ่น กระเหรี่ยงค้ายาเสพติด หรือเผาทำลายป่าไหม? คนเรามีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคนชนเผ่า การผลิตคำตำหนิต่างๆ เหล่านี้ทำให้เกิดการตัดสินชนเผ่าอย่างเหมารวม บั่นทอนความภาคภูมิใจในรากเหง้าวัฒนธรรม ทำให้พวกเขาไม่มีจุดยืนในสังคม โดยสาเหตุของสิ่งนี้ เกิดขึ้นจากการปลูกฝังมุมมองด้านลบ เช่น หนังสือพิมพ์ลงว่า ชาวเผ่าทางภาคเหนือค้ายาเสพย์ติดถูกวิสามัญ ทั้งๆที่ ผู้ที่ค้ายาจริงๆ นั้น อาจมีแค่คนเดียว แต่กลับไม่ถูกใส่ชื่อ-นามสกุลของคนๆนั้น ทำให้คนในสังคมเข้าใจผิด  

"ความเข้าใจผิดนี้ ทำให้หลายชนเผ่าในประเทศไทยต้องปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตของตนเอง เพื่อให้อยู่รอดได้ในสังคมและเป็นที่ยอมรับ ความรู้สึกของการถูกตัดสินนี้ส่งผลกระทบต่อคนชนเผ่าในประเทศไทยกว่า 7 ล้านคน หรือคิดเป็น 1 ใน 10 ของประชากรไทยทั้งหมด"

ยกตัวอย่างเช่น ชนเผ่าปกาเกอะญอ ในประเทศไทย ถูกตัดสินว่าเป็นคนเผาป่า เนื่องจากการทำไร่เลื่อนลอย แต่แท้ที่จริงแล้ว ตามวิถีชีวิตและความเชื่อของชนเผ่านี้ การทำไร่เลื่อนลอยเป็นวิธีการหนึ่งในการดูแลป่า การรักษาระบบนิเวศน์ทางธรรมชาติ โดยการทำไร่เลื่อนลอยนั้น จะทำแค่เพียงปีละครั้ง ในช่วง 4-6 เดือน เป็นการปลูกพืชเพื่อการเลี้ยงชีพ โดยจะเริ่มจากการเลือกพื้นที่ ทำการแผ้วถาม เผา และปลูก หลังจากเก็บเกี่ยวแล้ว จะปล่อยให้ป่าเติบโตเป็นเวลาอย่างน้อย 5-7 ปี ซึ่งในช่วงที่ปล่อยให้ป่าเติบโตนั้น ชาวปกาเกอะญอจะมีการทำพิธีต่างๆ เพื่อดูแลรักษาป่า และแสดงความเคารพ 

หากคนชนเผ่านี้ไม่รักป่า ไม่เห็นป่าเป็นเพื่อนสนิท คงไม่ดูแลหรือมีวิถีความเชื่อที่ผูกพันกับป่ามากขนาดนี้ 
 
   

วิธีการแก้ไข

แนวทางในการแก้ไข คือ การใช้ดนตรีชนเผ่า และการออกแบบประสบการณ์ในการฟังให้เข้าถึงกลุ่มคนหมู่มาก

ยกตัวอย่างเช่น งานดนตรีจากเขา เป็นงานที่ Hear & Found ลงพื้นที่ที่บ้านป่าแป๋ จ.ลำพูน เป็นบ้านของชนเผ่าปกาเกอะญอ เราทำงานกับนักดนตรี พูดคุย ระดมสมอง และไปไร่หมุนเวียน เราเรียนรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิต ความเชื่อ และกระบวนการการทำไร่หมุนเวียน
 



จากนั้น เราจัดงาน "ดนตรีจากเขา" เป็นงานอีเวนท์เล็กๆ เพื่อให้คนฟังได้ใกล้ชิดกับนักดนตรี ในงานมีทั้งนิทรรศการภาพถ่ายของไร่หมุนเวียน มีภาพของต้นไม้ที่ถูกเผาเพื่อให้คนฟังได้ออกความเห็นว่ารู้สึกอย่างไร มีเวลาให้คนได้พูดคุยกัน ได้แลกเปลี่ยน ไปจนถึงสนุกสนานกับดนตรีจากชนเผ่า จากพี่ปุ๊ นักดนตรีชาวปกาเกอะญอ 
 

 

 

 

ท้ายที่สุดแล้ว งานนี้ทำให้คนฟังและชาวชนเผ่าได้รู้จักกันมากขึ้น เชื่อมเข้าหากัน ได้มิตรภาพใหม่ 


 


 


ผลกระทบทางสังคม

ผลกระทบทางสังคม ได้แก่ 
  • เพิ่มโอกาสให้คนชนเผ่าพื้นเมืองได้ถ่ายทอดเรื่องราวของตนเอง 
  • คนชนเผ่าพื้นเมืองได้รับความเข้าใจที่ถูกต้องมากขึ้น 
  • เพิ่มรายได้ให้นักดนตรีในชุมชนหรือท้องถิ่นนั้นๆ
  • เพิ่มจำนวนคนฟังเพลงท้องถิ่นของไทย 
  • ดนตรีชนเผ่าและดนตรีท้องถิ่นเป็นที่รู้จักมากขึ้นทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

แผนความยั่งยืน

แผนความยั่งยืนด้านหนึ่งของ Hear & Found คือการสร้างความสัมพันธ์และสร้างการมีส่วนร่วมกับคนชนเผ่า คนในชุมชน และสร้างพื้นที่เพื่อเผยแพร่เรื่องราวของชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทย

ยกตัวอย่างเช่น
การมีส่วนร่วมของคนชนเผ่า หรือคนในชุมชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการเผยแพร่เรื่องราว เนื่องจากกลุ่มคนเหล่านี้คือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง 

อีกสิ่งที่สำคัญคือ เรื่องราวและประสบการณ์ที่ถูกสร้างขึ้น ควรได้รับการเผยแพร่ เพราะฉะนั้นการสร้างพื้นที่เพื่อให้เรื่องราวนี้ถูกบันทึกไว้ อีกทั้งเป็นพื้นที่ที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนฟังและคนชนเผ่า ได้เชื่อมเข้าหากัน ก็เป็นอีกทางหนึ่งในการลดความขัดแย้งได้

ท้ายที่สุดแล้ว การทำให้ปัญหาสังคมลดลงได้ สร้างความเข้าใจมากขึ้นได้ คือความต่อเนื่องในการทำงาน  ซึ่ง Hear & Found เปิดในการหาพันธมิตรร่วมเดินทางไปกับเรา หากเรารวมกลุ่มได้มากเท่าไหร่ พลังในการส่งต่อและการสร้างการเปลี่ยนแปลงยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น 

ทั้งหมดทั้งมวล เราเชื่อว่า ดนตรีเชื่อมให้คนเข้าหากัน ฟังกันมากขึ้น และการเคารพในการและกันจะเป็นกุญแจหนึ่งที่ทำให้การถูกเข้าใจผิดหรือการตัดสินในสังคมลดลงได้