Hear & Found

ความคิดสร้างสรรค์, ความขัดแย้งแบ่งแยก, การสื่อสารเชิงบวก, การอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น, เสรีภาพการแสดงออก, ศิลปะวัฒนธรรม, การสร้างและฝึกอาชีพ, การพัฒนาเศรษฐกิจ, ความยากจน
All

LAST UPDATE ON

21 ต.ค. 2561

VERIFICATION

Unverified

PROJECT STAGE

Prototyping

PROJECT STARTED ON

14 มิ.ย. 2561

PROJECT STATUS

Active

VIEWS

25




ยังไม่มีข้อมูลการอัปเดต

ยังไม่มีการอัปเดตบทความ

Part I : Idea Development

: Starting With You

: Defining Problems

ไม่มีข้อมูล

รูปภาพ
Username
Name
Status
pansiita
ปานสิตา ศศิรวุฒิ
ยังไม่เข้าร่วม
อยู่ในระยะ :
Prototyping
ชื่อทีม :
Hear & Found
สมาชิกในทีม :
วันที่เริ่มโปรเจกต์ :
12 ก.พ. 2561
พื้นที่โปรเจกต์ :
ลำพูน

ที่มาโครงการ

Hear & Found เริ่มจากเม (ศิรษา บุญมา) เป็นนักดนตรี ร่วมทีมกับรักษ์ (ปานสิตา ศศิรวุฒิ) เชี่ยวชาญงานด้านประชาสัมพันธ์ เราสองคนทำงานด้านการท่องเที่ยวโดยชุนชน ได้ทำงานและมีความคุ้นเคยกับชุมชนต่างๆในประเทศไทย และได้พูดคุยกับชนเผ่าที่หลากหลาย ทำให้เข้าใจว่า นอกจากวัฒนธรรมท้องถิ่นที่กำลังถูกกลืนกินจากสังคมสมัยใหม่ อีกประเด็นสำคัญคือ ภาพที่คนนอกเข้าใจต่อคนชนเผ่าในทางที่ไม่ถูกต้องนั้น สร้างผลกระทบทางจิตใจ ตัวตน วัฒนธรรม ไปจนถึงความเป็นอยู่ของคนชนเผ่าเอง จากสถานการณ์เหล่านี้ จึงเป็นแรงบันดาลใจที่ต้องการใช้ดนตรีช่วยในการสื่อสาร สร้างพื้นที่ให้คนได้รู้จักกันมากขึ้น เพื่อให้อยู่กันได้อย่างสงบสุข 

แนวคิดโครงการ

หากพูดถึง คนชนเผ่า เราจะคิดถึงอะไร? ภาพที่ขึ้นมาในหัวอาจมีหลากหลาย ทั้งภาพชาวเขา ความยากจน คนชายขอบ คนที่อยู่ในที่ๆไม่พัฒนา หรือรุนแรงกว่านั้นคือ กลุ่มคนตัดไม้ทำลายป่า ปลูกฝิ่น ค้ายาเสพย์ติด ค้าของเถื่อนต่างๆ นาๆ ภาพจำเหล่านี้ ที่มองว่า เขาเป็นอื่น ถูกปลูกฝังอยู่ในความคิด ความทรงจำของเราในทางที่ไม่ดี โดยไม่รู้ตัว แต่ในอีกมุมหนึ่ง คนชนเผ่าหลายๆชนเผ่า ก็ต่างมีวิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรม ภาษา อาหาร ที่น่าสนใจและคนเหล่านี้ก็ต่างอยู่ในประเทศไทย.... ประเทศของเราเอง จากปัญหาของการไม่ได้รับการยอมรับทางสังคม หรือการถูกเข้าใจอย่างไม่ถูกต้อง Hear & Found จึงต้องการสื่อสารให้ผู้คนในวงกว้างเข้าใจคนกลุ่มนี้มากขึ้น ผ่านดนตรีชนเผ่า ดนตรีท้องถิ่น เพราะเราเชื่อว่า ดนตรีเป็นตัวกลางที่เชื่อมคนเข้าหากัน ถ่ายทอดเรื่องราววิถีชีวิต สร้างสุนทรีย์ และยังถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างชุมชน เชื่อมรุ่นสู่รุ่นและเป็นเครื่องมือหนึ่งในการอธิบายอัตลักษณ์ของวัฒนธรรม วิถีชีวิตในพื้นที่นั้นๆ Hear & Found ตั้งเป้าหมายว่า จะใช้ดนตรีเป็นเครื่องมือในการสร้างความสัมพันธ์ให้เข้าใจกันมากขึ้น และลดความขัดแย้งทางความคิดในที่สุด เพื่อให้คนเห็นคุณค่าของชีวิตที่หลากหลาย ไม่ตัดสินก่อนที่จะทำความเข้าใจ และยังถือเป็นการสร้างโอกาส รายได้ และรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นเพื่อคนรุ่นต่อๆไป

Problem Topic

ความคิดสร้างสรรค์,ความขัดแย้งแบ่งแยก,การสื่อสารเชิงบวก,การอนุรักษ์วัฒนธรรมท้องถิ่น,เสรีภาพการแสดงออก,ศิลปะวัฒนธรรม,การสร้างและฝึกอาชีพ,การพัฒนาเศรษฐกิจ,ความยากจน

Target

เด็ก,วัยรุ่น,ผู้หญิง,ชุมชน,ภาคธุรกิจ,ภาครัฐ,คนเมือง,เพศทางเลือก,ผู้ชาย,ภาคสังคม,ภาคธุรกิจ,อื่นๆ (ระบุเป้าหมาย)

เป้าหมายของโครงการ

 

Hear & Found ต้องการสนับสนุนนักดนตรีท้องถิ่น ทั้งการสร้างองค์ความรู้ที่เข้าถึงได้ง่ายในวงกว้าง รวมถึงเพิ่มช่องทางและพื้นที่ในการแสดงออก

เพื่อให้นักดนตรีเข้าถึงคนฟังกว้างขึ้นและสร้างรายได้จากผลงานของตนเอง

ท้ายที่สุดคือ เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นหลังได้รู้จักและเห็นคุณค่าทางวัฒนธรรม

เว็บไซต์

ปัญหา

เคยได้ยินข่าว ชาวเขาปลูกฝิ่น ค้าฝิ่น กระเหรี่ยงค้ายาเสพติด หรือเผาทำลายป่าไหม? คนเรามีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคนชนเผ่า การผลิตคำตำหนิต่างๆ เหล่านี้ทำให้เกิดการตัดสินชนเผ่าอย่างเหมารวม บั่นทอนความภาคภูมิใจในรากเหง้าวัฒนธรรม ทำให้พวกเขาไม่มีจุดยืนในสังคม โดยสาเหตุของสิ่งนี้ เกิดขึ้นจากการปลูกฝังมุมมองด้านลบ เช่น หนังสือพิมพ์ลงว่า ชาวเผ่าทางภาคเหนือค้ายาเสพย์ติดถูกวิสามัญ ทั้งๆที่ ผู้ที่ค้ายาจริงๆ นั้น อาจมีแค่คนเดียว แต่กลับไม่ถูกใส่ชื่อ-นามสกุลของคนๆนั้น มองว่าเขาเป็นอื่น ไม่ใช่พวกเดียวกันและสื่อสารอย่างเหมารวม ทำให้คนในสังคมเข้าใจผิด แต่รู้หรือไม่ว่าคนชนเผ่าพื้นเมืองเหล่านี้ เค้ามีวิถีชีวิต เช่น ไร่หมุนเวียน จากงานวิจัยก็บ่งชี้ว่าการทำไร่หมุนเวียนมีส่วนในรักษาป่าและระบบนิเวศ วิถีชีวิต ประเพณี วัฒนธรรมที่มีมาเป็นร้อยปี เป็นรากเหง้าของคนที่แตกต่าง วันหนึ่งความงดงามเหล่านี้อาจหายไป เพราะเราไม่เข้าใจและเห็นคุณค่า จากการลงพื้นที่สำรวจและสัมภาษณ์นักดนตรีท้องถิ่นและครูเพลง 20 คน สามารถสรุปปัญหาเชิงลึกได้ดังนี้

1. องค์ความรู้ในการเล่นดนตรีส่วนมากอยู่กับคนรุ่นเก่ารุ่นแก่ สืบทอดกันมือต่อมือ (วิธีมุขปาฐะและครูพักลักจำ) ทำให้ไม่มีมาตรฐานในการสอนหรือการเผยแพร่องค์ความรู้  เช่น ครูคนเดียวกัน นักเรียนได้วิชาไม่เท่ากันเป็นต้น
2. ไม่ค่อยมีการบันทึกองค์ความรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เนื้อเพลง ตัวโน้ต หรือแม้แต่ประวัติของเพลง ซึ่งสาเหตุหนึ่งมาจากความรู้และความสามารถในการบันทึก จากสาเหตุนี้จึงทำให้ความรู้กระจุกตัวอยู่ในชนเผ่าหรือชุมชนของตัวเองเท่านั้น คนนอกพื้นที่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้

จาก 2 สาเหตุข้างต้น สิ่งที่ตามมาคือ นักดนตรีที่เล่นดนตรีท้องถิ่นและมีความเข้าใจจริงๆ มีจำนวนไม่มาก ซึ่งมีผลทำให้ระบบนิเวศน์ของการจัดจ้างงาน รวมถึงคนฟังจำกัดไปด้วย สุดท้ายแล้วผลกระทบที่สำคัญที่สุดคือนักดนตรีไม่สามารถสร้างรายได้หรือดำรงอาชีพเป็นนักดนตรีได้ หรือหากมีงานจ้างจะเป็นงานประเพณีประจำปีที่จ้างโดยหน่วยงานท้องถิ่นหรืองานเผยแพร่วัฒนธรรมซึ่งไม่มีงานตลอดปี นักดนตรีท้องถิ่นจึงไม่มีอาชีพที่มั่นคง หรือไม่สามารถเลี้ยงชีพได้ นักดนตรีบางคนเลิกเล่นดนตรีเพื่อทำอาชีพอื่นที่ให้ความมั่นคงมากกว่า และบางครั้งนักดนตรีได้รับค่าจ้างที่ไม่เหมาะสมหรือเล่นฟรี
 

   

วิธีการแก้ไข

แนวทางในการแก้ไขได้ 2 งานสำคัญ ได้แก่ 

1. ด้าน Knowledge Management คือการจัดการองค์ความรู้ด้านดนตรีท้องถิ่น ทั้งการบันทึก จัดระบบ และพัฒนากระบวนการสอน ออกแบบสื่อการสอนร่วมกับครูเพลง เพื่อให้คนสามารถเข้าใจและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น 

2. ด้าน Space Providing คือการสร้างพื้นที่ เพิ่มโอกาสเพื่อเพื่อรายได้ให้กับนักดนตรี ทั้งงานแสดงดนตรี รวมถึงการเข้าถึงคนฟังในต่างประเทศ 


"สิ่งสำคัญในการแก้ปัญหานี้คือการสร้างความเข้าใจและสร้างคุณค่าของดนตรีท้องถิ่นให้ไปถึงในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นเล่าเรื่อง การสร้าง music appreciation ในรูปแบบต่างๆ หรือแม้แต่การเพิ่มโอกาสงานแสดง กลไกเหล่านี้หากสร้างอย่างต่อเนื่องจะทำให้คนฟังรู้จัก เปิดรับ เข้าใจ" 


 


ผลกระทบทางสังคม


ผลกระทบทางสังคมระยะสั้น ได้แก่ 
  • ชุมชนหรือท้องถิ่นนั้นๆ มีองค์ความรู้ทางดนตรีที่ถูกบันทึก และจัดเก็บ พร้อมใช้เพื่อสอนให้กับคนที่สนใจหรือให้รุ่นต่อไปมาเรียน 
  • เรื่องราวของชีวิต เรื่องราววิถีชีวิตยังอยู่ต่อไป 
  • เพิ่มโอกาสในการแสดง
  • เพิ่มรายได้ให้นักดนตรีในชุมชนหรือท้องถิ่นนั้นๆ
  • เพิ่มจำนวนคนฟังเพลงท้องถิ่นของไทย 
ผลกระทบทางสังคมในระยะยาว ได้แก่ 
  • ดนตรีท้องถิ่นถูกสืบทอดในวงกว้าง 
  • ดนตรีท้องถิ่นถูกเผยแพร่ และเป็นที่รู้จักมากขึ้นทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ 
  • นักดนตรีท้องถิ่นมีรายได้จากการเล่นดนตรีที่เลี้ยงตนเองได้ 
  • นักดนตรีท้องถิ่นในประเทศไทยมีเครื่องมือหรือมี resource ในการพัฒนาความรู้ของตัวเอง เช่นการบันทึก การเรียนรู้และสร้างการส่งต่อที่สะดวกขึ้น 
  • สามารถเผยแพร่องค์ความรู้ วิธีการการทำงานของ Hear & Found ไปในต่างประเทศ เพื่อสร้างพันธมิตรร่วมในการแก้ปัญหานี้ 

แผนความยั่งยืน

แผนความยั่งยืนด้านหนึ่งของ Hear & Found คือการพัฒนาความสามารถและทักษะให้ชาวนักดนตรีท้องถิ่นและสร้างการมีส่วนร่วมกับคนในชุมชน 

ยกตัวอย่างเช่น
การแลกเปลี่ยนความรู้ด้านทฤษฎีดนตรีสากลเป็นการเพิ่มทักษะให้กับนักดนตรีท้องถิ่น เนื่องจากทฤษฎีดนตรีสากลถูกใช้อย่างแพร่หลาย และหากนักดนตรีมีความรู้ชุดนี้แล้ว สามารถจด แต่ง จัดการบันทึกผลงานของตัวเองได้ รวมถึงสามารถเข้าถึงบทเพลงรูปแบบต่างๆ ได้กว้างขึ้น ซึ่งสามารถนำมาใช้พัฒนาตัวเองต่อได้ 

อีกความสำคัญหนึ่งของการสร้างความยั่งยืนคือ การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการรักษา หวงแหนวัฒนธรรมของตนเองสู่คนรุ่นหลัง ซึ่งอาจหมายถึงการพัฒนาดนตรีร่วมไปกับการท่องเที่ยวโดยชุมชน หรือ music tourism เพื่อเป็นการสื่อสารวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรู้จัก และเพื่อสร้างความเข้าในใจในภาพรวมมากขึ้น รวมถึงยังเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับทั้งชุมชน 

ท้ายสุด จากการสัมภาษณ์นักดนตรีหลายๆคน สิ่งที่ทำให้ความยั่งยืนมีเสถียรภาพคือ ความต่อเนื่อง ซึ่งหมายถึงการแบ่งหมวดหมู่เพลงให้ชัดเจนให้ตรงกับช่องทางต่างๆของคนฟัง และการสร้างผลงานและกระแสอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง Hear & Found เปิดในการหาพันธมิตรร่วมเดินทางไปกับเรา หากเรารวมกลุ่มได้มากเท่าไหร่ พลังในการส่งต่อและการสร้างการเปลี่ยนแปลงยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น 

ทั้งหมดทั้งมวล เราเชื่อว่า ดนตรีเชื่อมให้คนเข้าหากัน ฟังกันมากขึ้น และการเคารพในการและกันจะเป็นกุญแจหนึ่งที่ทำให้วัฒนธรรมเหล่านี้อยู่ต่อไปได้