เพราะเราเชื่อว่า พ่อแม่หรือผู้ปกครอง คือ ส่วนประกอบที่สำคัญที่สุดในการปลูก “ลูก” ให้เติบโตอย่างสมบูรณ์ในรูปแบบต่างๆ

การเลี้ยงเด็กก็เหมือนการปลูกต้นไม้จาก “เมล็ดพันธุ์น้อย”

บางที ดินแห้งไป เหนียวไป เค็ม เปรี้ยวเกินไป เมล็ดก็ไม่งอก
เมื่อรดน้ำมากไปก็ไม่ดี น้อยไปก็ไม่ดี ความพอดีและเหมาะสมกับเมล็ดพันธุ์แต่ละชนิดต่างหากที่จะช่วยให้

เมื่อเติบโตเป็น “ต้นไม้น้อย” ใส่ปุ๋ยมากไป สร้างที่กำบังให้ โดนแดดน้อย…ก็ไม่โต
หรือถ้าไม่มีที่กำบัง โดนฝน พายุพัด…ก็ตายก่อน

และแม้ว่า คุณจะทำอะไรต่างๆ ให้ “ต้นไม้น้อย” มากมาย
สุดท้าย “หน้าที่ “การเติบโต” เป็นของ “ต้นไม้น้อย” เอง

คุณทำได้แค่เฝ้าดู ชื่นชม การเติบโตของต้นไม้เท่านั้น

เราอยากชวนให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองมาร่วมเดินทางไปด้วยกัน

เริ่มต้นจากต้องเข้าใจ “สภาพดินของตนเอง” จะได้ปลูกต้นไม้อย่างมีความสุข ไม่เครียด ไม่กดดัน

จากนั้นมาศึกษาเข้าใจ “ธรรมชาติ” ของต้นไม้น้อยพันธุ์นั้นๆ เพราะต้นกุหลาบก็ไม่สามารถปลูกแบบต้นทุเรียนได้

สุดท้าย มาปรุง “ดินของตนเอง” และฝึกดูแล “ต้นไม้น้อย” ให้พร้อมเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีรากแข็งแรงพร้อมเผชิญโลกกว้างต่อไปด้วยรอยยิ้ม

0

ที่มาโครงการ

จุดเริ่มต้น คือ “เรา” ศึกษาประเด็นเรื่อง “วัยรุ่นกับภาวะซึมเศร้า” และมีโอกาสสัมภาษณ์กลุ่มตัวอย่างวัยรุ่นและวัยทำงานจำนวนหนึ่ง

เราได้พบข้อมูลชุดหนึ่งที่ทั้งสร้างความประหลาดใจและความรู้สึกร่วม คือ ทุกคนๆ ที่มีภาวะซึมเศร้ามักจะมีจุดเชื่อมโยง “ความสัมพันธ์ของครอบครัว” และ “วัยเด็ก”

เราคิดว่า “ทำไมต้องรอให้เด็กคนหนึ่งเติบโตเป็นวัยรุ่นที่ตกอยู่ในภาวะซึมเศร้าแล้วก็ต้องไปพบจิตแพทย์/นักจิตวิทยา”

เราจึงริเริ่มมองหา แนวทางเชิงป้องกันเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้เด็กคนหนึ่งได้รับการสนับสนุนทางด้านจิตใจ ให้เขามีใครสักคนเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เขาได้พูดคุยตั้งแต่วัยเด็ก

แนวคิดโครงการ

พ่อแม่หรือผู้ปกครองคือ  กุญแจสำคัญในการแก้ไขปัญหาโรคซึมเศร้าในวัยรุ่น

หากเด็กมีพ่อแม่เป็นพื้นที่ปลอดภัยและพ่อแม่มีทักษะการสนับสนุนให้เด็ฏฝึกแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองเรื่อยๆ ก็จะเป็นทั้งเกราะป้องกันและแผนสำรองในชีวิตของเขาเสมอ

เปรียบดัง

พ่อแม่หรือผู้ปกครองพัฒนาทักษะหรือปรุงดินของตนเองให้สนับสนุนการเติบโตของลูกหรือ “ต้นไม้น้อย” ให้ต้นไม้เติบโต หยั่งรากอย่างแข็งแรง แม้จะเจอพายุ เจอน้ำท่วมก็ยังยืนหยัดได้

 

เป้าหมายของโครงการ

  1. พ่อแม่และเด็กที่มาเข้าร่วมกิจกรรมรู้สึกสนุก อยากมาร่วมอีก และอยากบอกต่อ
  2. พ่อแม่เกิดการเปลี่ยนแปลง เพิ่มทักษะ = รู้ว่าทำยังไง + ทำได้ + ประเมินได้ว่าในสถานการณ์นี้จะรับมืออย่างไร
  3. เด็กเกิดการเปลี่ยนแปลง เด็กกล้าพูด กล้าปรึกษาพ่อแม่
  4. เกิดร่างหลักสูตรสนับสนุนทักษะของพ่อแม่ (เนื้อหา กระบวนการ/เครื่องมือ วิธีการวัดผลการเปลี่ยนแปลง)

 

 

ปัญหา

จากการสุ่มกลุ่มตัวอย่างวัยรุ่นที่มีปัญหาซึมเศร้า พบว่า

หนึ่งในสาเหตุสำคัญของปัญหาซึมเศร้าในกลุ่มวัยรุ่น เริ่มต้นมาจากความสัมพันธ์ภายในครอบครัวที่ไม่แข็งแรงตั้งแต่ในวัยเด็ก

เมื่อสืบค้นไปยังกลุ่มคนใกล้ตัวเด็ก พบว่า

  1. พ่อแม่รู้ช่องทางในการหาข้อมูลเรื่องพัฒนาการและจิตวิทยาเด็ก แต่ไม่ได้มองบทบาทตัวเองในฐานะผู้สร้างการเรียนรู้และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาให้ลูกตั้งแต่วัยเด็ก
  2. โรงเรียนเห็นความสำคัญในการทำงานร่วมกับพ่อแม่ แต่ครูมีภาระหน้าที่ในการสอนในห้องเรียนมากอยู่แล้ว
  3. ในสถานบันอุดมศึกษา พบว่าวัยรุ่นฐานะปานกลางขึ้นไปส่วนใหญ่มีปัญหาโรคซึมเศร้ามากกว่าวัยรุ่นที่มีฐานะยากจน

และเมื่อมองบริบทเมืองหรือ urbanization พบว่า

  1. เด็กในสังคมเมืองมีความผูกพันกับพ่อแม่น้อยกว่าเด็กในสังคมรอบนอก
  2. กิจกรรมของเด็กๆ มักเป็นกิจกรรมที่ทำเองโดยลำพัง
  3. เด็กมีโลกส่วนตัวสูง การเข้าร่วมกิจกรรมทางสังคมของเด็กมีค่อนข้างน้อย
  4. เด็กในสังคมเมืองเมื่อมีปัญหามักหาทางออกที่ไม่ปรึกษาหารือผู้ใหญ่
  5. แนวโน้มสถิติปัญหาสุขภาพจิตและอื่นๆ เพิ่มสูงและรุนแรงมากขึ้น เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล เป็นต้น

จากประเด็นปัญหาทั้งหมด เราจึงสนใจการทำงานเชิงป้องกันในกลุ่มเมืองใหญ่ต่างจังหวัดที่มีข้อจำกัดการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ โดยมีพื้นที่เป้าหมายคือ จ. นครราชสีมา

 

วิธีการแก้ไข

การสร้างความร่วมมือกับพ่อแม่เป็นกลไกสำคัญในการสร้างให้เด็กมีความพร้อมในรูปแบบต่างๆ เริ่มต้นจาก

1.การทำความเข้าใจ ให้ความรู้และฝึกฝนทักษะให้พ่อแม่

2.การสร้างชุมชนการเรียนรู้เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นพลังกลุ่มให้พ่อแม่คนอื่นๆ เข้าร่วม

3.การมีส่วนร่วมการจัดกระบวนการเรียนรู้กับโรงเรียน

4.โรงเรียน/องค์กร/ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ริเริ่ม

ผลกระทบทางสังคม

เด็กได้อะไร

✔มีความสุขและมั่นใจตนเองที่จะมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้างจากความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัว

✔เด็กมีพื้นที่ปลอดภัย ให้ระบายความกังวลความเครียด และพร้อมที่จะเข้าใจ

✔เด็กได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนอย่างเต็มประสิทธิภาพตนเองโดยไม่ถูกกดดันจากครอบครัว

พ่อแม่ได้อะไร

✔เข้าใจตัวตนลูกและตนเอง ทำให้ผ่อนคลาย ไม่คาดหวัง ไม่กดดันลูก ตนเองและโรงเรียน

✔ตระหนักในบทบาทของพ่อแม่ผู้ยอมรับ ปรับเปลี่ยนตนเองและพร้อมที่จะเรียนรู้ร่วมไปกับลูก

✔มีความรู้พื้นฐานเรื่องพัฒนาการเด็ก  ได้เทคนิควิธีการเลี้ยงดูลูกและนำไปปรับใช้เพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างพ่อแม่และลูก เพื่อที่จะได้บ่มเพาะชีวิตลูกให้เติบโตอย่างมีความสุข

ครูได้อะไร

✔ภาระของครูลดลง เพราะมีพ่อแม่มาร่วมสร้างการเรียนรู้ไปในทิศทางเดียวกัน นักเรียนมีคุณภาพและพ่อแม่มีความสุขจากการร่วมมือกันของครูและผู้ปกครอง

✔ครูไม่ต้องรับมือกับทุกเรื่องของเด็ก

✔ครูชวนพ่อแม่คุยเรื่องปัญหาของลูกได้ง่ายขึ้น

✔ครูพัฒนาตนเองตลอดเวลาเพื่อให้สอดคล้องกับการพัฒนาของพ่อแม่

ธุรกิจโรงเรียนได้อะไร

✔ผู้นำต้นแบบในสถาบันการศึกษาที่ทำงานเป็นองค์รวมในกลุ่มผู้ที่มีส่วนเกี่ยวกับของตัวเด็ก

✔ข้อได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจ

✔สร้างความยั่งยืนในการดำเนินธุรกิจ

✔ผลสัมฤทธิ์ของโรงเรียนที่แตกต่างกับโรงเรียนอื่นๆ

✔ความเชื่อมั่นในโรงเรียนจากสายสัมพันธ์ที่มั่นคงกับผู้ปกครอง

สังคมได้อะไร

✔ได้บุคลากรที่มีคุณภาพในอนาคต

✔ลดภาระของรัฐในการดูแลผู้ป่วยสุขภาพจิต รวมถึงการจัดการปัญหาความข้ดแย้ง/ ความรุนแรงในสังคม

แผนความยั่งยืน

สร้างต้นแบบโครงการนำร่องในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมาจากนั้นขยายผลโรงเรียนเอกชน

 

Project Owner

พื้นที่โปรเจกต์ : นครราชสีมา

ใส่ความเห็น

เข้าสู่ระบบ

Or fill the form below